我来报告一下我自己的修行(佛法)之路。我跟随师父修行三十多年,但走了很多弯路。有时候,我的修行方向是完全错误的,就像师父曾经指出的那样。我还是做不到,不理解,智慧没有产生。修行了这么久,希望这些经验能对大家有所帮助。 (师父:详细说说,我们教了你三十年,你犯了很多错误,很多方面,具体是什么,详细说说。) 就是……我总是被自己的情绪左右,随着自己的想法走。我执着于过去,又一心想着未来,从来没有活在当下。我的心总是思绪万千,不停地寻找。自从开始修行后,我还是不停地寻找,渴望像别人一样,拥有师父所说的觉知。在帕邦寺,我看到有些人能够达到那种境界。 (师父:那样很好,朝着那个方向去。) 我总是思绪万千,却不知道什么是思绪万千。我什么都放不下。一旦执着于过去,一旦受到外界的刺激,我就什么都不知道了,没有了觉知。这导致我按照自己的想法行事,走了很长的弯路。直到最近,我才真正理解了佛法。 (师父:理解了,理解了什么?) 我理解了要安住于平静的心中。但这不是指静止不动,也不是指放任不管,而是要有觉知,觉知当下的心。我的心虽然平静,但各种思绪还是会生起。我们能看到这些思绪,但我们不会追随它们,不会被它们欺骗。当我们觉知到这些思绪时,我们的心就会平静下来,什么都没有,可以放下。放下就是放下过去,放下未来,不要执着,不要执迷不悟。一切都平静下来。各种事情还是会发生,不是一片寂静,还是会有声音,有谈话,但我们不会被它们迷惑。这就是我的修行之路,希望能更理解师父所说的。 (师父:这不完全正确。但还是花了三十年才明白,很高兴你能走上正轨。你说的对。心可以平静,并且在五蕴,在思绪万千中,可以看到平静。这样你才能脱离苦海,才有机会脱离苦海。在思绪万千中看到平静。五蕴是思绪万千的自然状态,我们不能阻止它,也不需要阻止它。但心可以在思绪万千中保持平静,因为我们不再执着于它,不再被它迷惑,不再试图消灭它。当不再执着时,心就会平静。不再被思绪迷惑,让各种行为和状态自然展现,但没有人会执着于它们,因为我们不再执着。心就会平静。但五蕴还是会继续运作,还是会思绪万千。但心可以在思绪万千中保持平静,在思绪万千中看到平静。太棒了。谁能在思绪万千中找到平静的心,谁就找到了佛法。谁能到达那颗心,谁就到达了涅槃。在思绪万千中保持平静的心,指的是一种永久的状态,不是通过人为的方式让它平静,而是通过不再执着的力量,从思绪万千中平静下来。不再执迷不悟,才能摆脱痛苦。这种不苦恼的状态,就是平静。不是通过人为的方式让它平静,不是像一块静止的石头,而是因为不再执着于思绪万千。一旦执着,就会有痛苦和烦恼,只有不再执着,才能平静。这种不再执着的心,就是找到了佛法,找到了那颗心。到达不再执着的心,就是到达了一种永久的、不再执着的状态。没有人执着于任何事物,甚至没有人执着于那颗不执着的心。如果你试图执着于平静,不让它再起思绪,痛苦和烦恼就会产生。如果心想到思绪万千,心就会平静。但这不是最终的平静,因为没有人执着于那颗平静的心。那颗心才能达到最终的平静,因为它既不执着于五蕴,也不执着于非五蕴。不执着于未来的五蕴,也不执着于当下的心。这种平静就是心。但如果执着于五蕴和非五蕴,就无法真正摆脱痛苦。) 感谢师父,是您让我明白,是您让我摆脱了痛苦。这是我送给自己最好的礼物。我听懂了佛法。顶礼感谢您。 (另一位居士)今天,我的心里总是感到不安。我发现,它一直在说话,一直在抱怨。有时候,我知道自己很挣扎,渴望知道,渴望理解。一旦我觉知到这一点,它又会变成另一种状态。过一会儿,我又会挣扎着想要知道。它出现,然后消失,就像是五蕴在运作。我不知道这是否是一种欺骗。 (师父:这是一种欺骗,一种不彻底的欺骗。不想让它平静。这和你刚才说的不是一回事。你不想让五蕴平静。注意到你对五蕴的运作感到恼火。我说对了吗? 你清楚地看到了这一点,看到了师父所说的。当你在心里阅读,看书,看电视时,你会对发生的事情感到恼火,希望它们平静下来。这是一种既不空虚,又不平静的状态。因此你才会说很多,抱怨很多,表现出很多行为。有时候你会用力压制,让它安静下来,然后对那种安静感到满意。这是一种相同的情况。但最终你会受到伤害。这是一种通过压制五蕴来获得的平静,而不是通过放下五蕴来获得的平静。对五蕴感到恼火,感到厌烦,然后压制它们,让它们安静下来。这完全是两码事。这种压制是可以做到的,但它来自于傲慢,是错误的。五蕴依然存在,但没有人执着于它们。心依然存在,它自然地思考,那是它的本性。不是我们感到恼火。我们是五蕴的显现。放下我们自己。) 这意味着我们是在和它玩游戏,是吗? 我们压制了五蕴的显现。 (师父:五蕴的显现有什么好玩的? 心是一种没有自我,没有形状的自然状态。它无法压制任何东西。但我们变成了五蕴的显现,然后压制它。 思绪太多了,所以它永远无法安静下来。 你用力压制它,让它安静下来,然后感到舒适,感到空虚。 你对那个空虚感到满意。 你压制了自己,压制了五蕴的运作。 这是一种相同的情况。 你使用了暴力,然后说你已经空了。 无论我们自己感到满意,还是我们自己对平静感到满意,那都是一种压制。 喜悦是烦恼,是欲望,是执着,是存在,是生命。你活在轮回中,却一无所知。 这一切都是影子,都是亲戚朋友。 你活在虚无中,活在空虚中,但你看不到自己。 你没有放下你自己,那个存在但没有人执着于你的自己。 你的错误已经持续很久了。 我们已经说过很多次了。 三十年了,看看吧。 现在你能走上正轨了。 但你还需要更多的时间。 你现在已经能飞了。 但你需要练习。 练习什么? 练习不要执着于任何事物。 不要想让任何事物消失。 不要想得到任何事物。 让它顺其自然。 如果平静消失了,就让它展现出来。 没有人渴望,没有人对五蕴的运作感到恼火或烦躁。 你已经朝着更高层次发展,达到了没有人渴望那颗平静的心,因为它是一种不执着的自然状态。它会自己变得平静。 不要执着于那颗平静的心。 你不再制造执着的原因,就不会渴望那颗平静的心。 你只需要更多的练习。 你可能会犯错, 你会试图阻止错误的发生, 试图在当下阻止未来的错误。 你还没有自救, 却想拯救世界。 你仍然犯着错误。 你还在对五蕴的运作感到恼火, 想让它们平静下来。 你可以通过压制来让它们平静下来。 你对平静感到满意。 你活在问题中却不自知。 你明白了吗? 你理解我了吗? 你知道如何改正了吗?) 我明白了师父。 我明白,正在发生的事情是五蕴, 是五蕴的运作。 我们需要放下它们。 这是它们自然的运作方式。 它们就像我们的双胞胎, 总是和我们在一起。 只有当我们死亡时,五蕴才会停止运作。 我只知道这些, 我会放下它们。 (师父:当你对五蕴产生感觉、想法、欲望、烦恼、恼火或愤怒时,那表明你被它们迷惑了, 你执着于它们。 你需要彻底理解这一点, 不要制造更多烦恼。) 我会花更多时间练习的。 (师父:谁不交作业,谁就回家。 通过测试的人留下。 我们已经观察了二十年。 那些不交作业的人, 那些声称自己已经涅槃的人, 那些不自律的人, 最终都会失败。 那些离我们稍微远一点的人, 那些不听我们说话的人, 那些无法跟上我们的人, 那些从未听我们说话的人, 最终都会失败。 现在那些离开的人已经无法跟上我们了。 他们已经遭受了很大的损失。 我们一直在前进。 那些离开的人已经无法跟上我们了。 现在有更多的人了, 我们一直在前进。 在我们二十年的教学经验中, 我们从未停止过前进。 我们相信, 那些按照我们所说的去做的人, 能够摆脱痛苦。 因此,你们不要粗心大意, 尽快交作业。 那些无法跟上我们的人将会遭受很大的损失。 时间非常有限。 我们不知道为什么我们如此着急, 但我们确实如此。 似乎有什么事情要发生了, 我们的生命即将结束, 或者世界末日即将到来, 或者我们的生命将与世界末日一同结束。 这就是我们如此着急的原因。 但我们并不清楚。 我们感觉好像有什么东西在推动我们, 从内在到外在, 从外在到内在。 我们感觉好像自然界的法轮正在转动, 并且转动得非常快。 法轮指的是佛陀的教义, 佛陀的纯洁, 僧侣的纯洁, 我们老师的纯洁, 传递到我们这里, 然后传递到你们, 传递到所有人和神灵。 它正在快速地转动。 我们感觉好像它才刚开始转动不久, 但它很快就会结束。 因此,那些交作业并且努力学习的人, 将会获得最大的利益。 我们可以快速地纠正你们的错误。 我们的知识、洞察力、能力和理解力是无限的。 我们告诉你们要交作业,要相信我们所说的。 不要固执, 否则你们会浪费自己的时间, 也会浪费我们的时间和他人的时间。) 顶礼师父。 我第一天来的时候, 您告诉我放下。 我已经住了两个晚上了。 昨天您告诉那些西方僧侣要安静,平静,和平。 我感觉这话深深地印在我的心里。 春蓬告诉我不要挣扎。 我感觉我放下了一切, 获得了自由。 (师父:那很好。 你已经迷惑了很久。 今天你仍然带着迷惑而来。 你已经犯了很多错误。 我们不知道该如何告诉你, 如何教导你, 因为你不理解, 不相信。 现在你开始走上正轨了。 很好。 你需要观察和理解你的内心。 你走了很长的弯路。 告诉我们你犯了什么错误, 以及这些错误对你造成了什么影响。 告诉我们从那时到现在发生了什么变化, 你的知识和理解发生了什么变化, 以及正确的道路是什么。) 森林佛陀。 我进入了森林佛陀的状态, 看到了自己内在的光芒。 我的身体闪耀着光芒。 我在那光芒中待了很久。 我可以打坐一整天, 可以打坐很多个小时。 当我想睡觉的时候, 我会告诉自己不要让自己的心空虚, 我会继续修行。 我会念诵佛陀的梵文名字。 我一直那样做。 (居士:你念诵是为了在光芒中入睡, 是吗?) 我念诵是为了在佛陀的梵文名字中入睡。 后来我来找您, 您说我沉迷于此。 当我听您讲法时, 我会感到快乐, 并且喜欢闭上眼睛。 我对您所说的感到满意。 您告诉我洗个澡, 做一些让自己清醒的事情。 后来,我听您讲法, 也听 YouTube上的讲法, 并且尝试着理解自己的内心。 我尝试着觉知自己的想法, 并且不尝试去纠正它们。 我只是知道它们。 然后我放下它们。 我感到轻松。 我感到自由, 我不再需要担心任何事情。 在您告诉我成为一个忠实的粉丝, 并且专注地听您的 CD 之后, 我开始更多地理解。 我按照您说的去做, 并且读了很多遍您的书。 现在我理解了, 我感觉我真正地理解了。 (师父:你需要更新你的知识, 跟上最新的发展。 我们已经讲了很多内容了。 你需要好好地听讲。) --- 翻译以下佛法讲座为中文,要求: 1. 完整翻译为中文,不要包含泰语 2. 不遗漏内容 3. 原文一行行字幕的格式,请根据意思,整合输出成段落文章的形式,且保持语言通顺! สมัการค่าหลวงตาโยมขอรายงานทางเดินทางของโยมเองก็คือปฏิบัติแล้วก็อยู่ติดตามหลวงตามาสามสิบกว่าปีมันก็ปฏิบัติ。 หลงผิดไปยาวนานมากแล้วก็บางทีก็ปฏิบัติกลับด้านอย่างที่หลวงตาเคยชี้บอกได้โยมก็ยังทำไม่เป็นไม่เข้าใจปัญญายังไงยังไงยังไงปฏิบัติยาวนานมากตรงนี้จะประสบการณ์ทุกคนจะเป็นประโยชน์มากเลยนะ。 พี่บอกตรงนี้ให้ละเอียดสิว่า。 30ปีที่เราสอนมาเนี่ย。 มันปฏิบัติผิดไปยานานมากหลายเรื่องหลายๆอะไรบ้างละเอียด。 คือ。 อารมณ์ของตัวเองแล้วก็อะไหลไปตามความคิดดยึดอดีต。 แล้วก็ไปมุ่งมั่นกับอนาคตไม่เคยอยู่กับปัจจุบัน。 ใจก็ปรุงแต่ง。 ดิ้นรนค้นหาหลังจากที่เข้ามาปฏิบัติธรรมก็ดิลนค้นหาอยากอยากเป็นอย่างเขาอยากมีจิตรู้จิตเห็นอย่างหนูตาใจว่าเห็นเขาเห็นคนสองคนนี้คนนั้นเขาสองพระได้。 ที่วัดถ้ำในมาปางค่ะหลวงตาก็ดีนะไปทางนี้。 ปรุงแต่งไปเรื่อยยังไม่รู้ว่าการปรุงแต่งเป็นยังไง。 การปล่อยวางก็ทำไม่เป็นสักอย่างนึง。 นี่พอก็ยึดอดีตมีอะไรเข้ามากระทบมันก็ไม่รู้ล่ะสติไม่มีแล้วค่ะสงตามันก็ทำให้เราอ่ะแต่ทำอะไรที่ตามใจคิดตัวเอง。 มันก็ผิดเดินทางผิดมายาวนานมากจนมาก็ทั้งได้。 ไม่กี่วันสงตาเพิ่งเข้าใจทำ。 เข้าใจเข้าใจว่าเข้าใจอยู่กับใจที่สงบอย่างเดียวนะหลวงตาแต่ว่าไม่ใช่นิ่งเฉยไม่ใช่ปล่อยวางแต่มีสติรู้ทันใจมันสงบก็จริงแต่สังขารต่างๆมันก็ปรุงแต่ง。 กุแต่งขึ้นมาเราเราเห็นแต่ว่าเราก็ไม่วิ่งตามมันไปตามที่。 มันหลอกเราแล้วทีนี้พอเรารู้ทันมีสติรู้ทันแล้วใจมันก็สงบมันก็ไม่มีอะไรมันก็บใจได้ใจมันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้น。 อยู่กับความสงบการปล่อยวางวางก็คือวางอดีตวางอนาคตต่างๆไม่เอามายึดติดไม่ยึดมั่นถือมั่น。 ทุกอย่างใจก็สงบ。 แต่ก็มีเหตุการณ์ต่างๆมันก็เกิดขึ้นไม่ใช่ว่ามันเงียบแต่มันก็มีเสียงพูดเสียงบุญ。 แต่เราก็ไม่หลงไปตามมันขลงตา。 เส้นทางของโยมทางธรรมก็。 ปฏิบัติมาได้อย่างนี้ถ้าพอเข้าใจตาได้มากขึ้นก็หลวงตา。 ไม่ถูกต้องแล้วนะเนี่ย。 แต่ก็ต้องใช้เวลาถึงสามสิบปี。 ดีวันที่กลับล้ำได้ที่พูดมาที่ถูกต้องครับ。 ใจสงบได้และต้องการขันห้าสังขารที่ปรุงแต่ง。 เห็นความสงบได้ในต้องการความปรงแต่ง。 อนี้แหละ。 จะสามารถควจับสุขได้。 สนใจสามารถนทุกกได้。 เห็นความสงบในท่ามกลางความคลงแต่ง。 นี่แหละขันห้ามันเป็นธรรมชาติของความปรุงแต่งกับมันก็ไม่ได้ห้ามันก็ไม่ได้。 ค่ะ。 แต่ใจสงบได้และท่ากลางความปรุงแต่ง。 เพราะสิ่งความยึดถือมัน。 ความหลงไปกับมันพยายามไปดับมัน。 เห็นความใจก็เลยสงบได้เพราะความสิความยึดถือซึ่งความหลปแตยึดถือสิ่งใด。 ใจก็เลยเป็นความสงบสิ้นความหลงปแต่งคือสิ่งใดปล่อยให้สังขารหรือการมาแสดงกิริยาการไปแต่ไม่มีใครยึดถือเพราะอำนาจของความจริงความยึดถือใจมันก็เลยสงบ。 แต่ขันห้าก็คงยังดำเนินชีวิตต่อไป。 อยากเป็นความปรแต่งต่อไปแต่ใจสงบได้นะทั้งความคงงแต่ง。 เห็นใจสงบได้ในท่ากลางความสงใจ่งสุดยอดแล้วผู้ใดพบใจที่สงบได้ในทั้งความความสงใจ่งที่เรียกว่าพบธรรมผู้ใดถึงใจ。 ผู้นำถึงพรณภาใจที่สงบได้ในท่ามกลางความปรงแต่ง。 อย่าถาวรสิ้นเชิงคือไม่ได้ไปทำให้มันสงบ。 แต่ด้วยอำนาจของความสิ้นความยึดถือ。 สงบจากความปรงแต่ง。 สิ้นความยึนั่นสิ้นทุกข์คนทุกข์ที่ไม่วุ่นวายที่ไม่เดือดร้อนความไม่ทุกข์ก็ไม่วุ่นวายไม่เดือดร้อนเพราะไม่ยึดถือซึ่งเป,็。 นความสงบ。 ไม่ใช่สงบเพราะไปทำให้มันสงบของเงินนิ่งแต่สงบเพราะสิ้นความยึดถือซึ่งความปรุงแต่งยึดถือมันจะไม่มีความทุกข์ความเดือดร้อนมันจึงเป็นความสงบและเนี่ยใจที่สิ้นความยึดถือ。 เรียกว่าพบคำพบใจพบคำถึงใจที่สิ้นความยึดถือคือเป็นใจที่สิ้นความยึดถืออย่างถาวร。 ไม่มีผู้ใดยึดถือสิ่งใดไม่มีผู้ใดยึดถือใจ。 ที่ไม่ยึดถือนั้นด้วยถ้าพยายามจะยึดถือให้สงบไว้ไม่ให้กลับมาปรุงแตกอีกความทุกข์ความเดือดร้อนก็ย่อมเกิดขึ้น。 เมื่อใจซึ่งความคิดถึงความคุแต่งหหน้าแล้วใจก็เป็นความสงบ。 แต่ยังไม่สงบถึงที่สุดคือไม่มีผู้ใดยึดถือใจที่สงบนั้นด้วยใจนั้นเลยกลายเป็นความสงบถึงที่สุด。 เพราะไม่ยึดถือทั้งสังขารและสังขารไม่ยึดถือสังขารหน้าและไม่ยึดถือใจที่นอกหน้า。 ความสงเรียกว่าใจใจ。 ความความสงแตยึดถือทั้งสังขารและสังขาร。 จึงเป็นใจที่คนจะคุกจริงๆ。 ขคุณหลวงตาที่ว่าถ้าเป็นครูบาอาจารย์ที่ทำให้รู้ให้ให้โยมพ้นทุกข์ได้ค่ะ。 หรือว่าเป็นของขวัญแก่ตัวเองอย่างมาก。 ได้ฟังคำว่าเข้าใจค่ะกราบขอบพระคุณค่ะ。 มัสการค่ะหลวงตา。 เอาวันนี้ค่ะ。 ในใจมันก็กูกูกับ。 มัน。 คือมันเห็นวามันมันพูดมันมันบ่นอยู่ตลอดเวลา。 แล้วมันมีบางช่วง。 รู้ว่าตัวเองมีความดิ้นรนอยากมีความอยากที่。 จะรู้จะเข้าใจในสิ่งอ่ะค่ะพอรู้ทัน。 มันก็。 อีกหน้านึง。 พอสักพักนึงก็。 คือดิลนอยากจะรู้อีก。 เป็น。 แล้วคือออกแล้วทีนี้มันเหมือนว่ามัน。 หรือเกิดจากๆมันก็คือสังขาร。 มันก็เลยชแต่แต่ว่าแก็ไม่รู้ว่าอันนี้มันคือตัวหลอกหรือเปล่า。 มันหลอกอยู่หลอกไม่ขาด。 เพไม่อยากให้มันสงบ。 มันคนละเรื่องกับที่แม่ก็พูดนะคือเพไม่อยากให้สังขารให้มันสงบ。 และ。 สังเกตเห็นว่า。 มีความหงุดหงิดในสังขารผู้ปรแต่งด้วย。 ไม่ถูกป่ะเนี่ย。 แต่ว่าคืออันนี้มันมันเหมือนมันแสดงให้เห็นมันชัดอ่ะค่ะว่า。 เป็นอย่างที่หลวงตาบอก。 นี่มันเห็นเนี่ยอยู่ในใจมันอ่านนั้นเลย。 อ่านหนังสือเลย。 ดูโทรทัศน์เลย。 มันหงุดหงิดกับอาการที่เกิดขึ้นและอยากให้อาการที่เกิดขึ้นมันสงบระว่างเปล่าแล้วไม่ว่างเปล่าไม่สงบวิธี。 มันเลย。 เพูดมากบ่นมากอาการมากบางทีใช้กำลังถล่มแล้วเงียบไปเลย。 แล้วก็พอใจกับความเงียบสงบนั้นแบบเดียวกันนะเนี่ยแล้วก็สุดท้ายเสียหายเลยแบบนี้。 อันนี้มันสงบไปดับสังหาร。 ไม่สงบปล่อยวางสังขารคนละเรื่องกับดีนะตรงนี้。 ความสงบที่เกิดจากความปล่อยวางกับสงบที่ไปดับ。 ระดับสังขารเนี่ย。 อุดหงิด。 รำคาญกับสังขารดับแม่เลย。 เงมันคนละเรื่องแล้วแบบนี้มันดับได้อารมณ์ดับได้ที่มานะ。 ไม่ใช่ผิดๆ。 สังหารที่อยู่แต่ไม่มีใครยึดสังขารนั้น。 ใจที่ยึดมีอยู่เป็นธรรมชาติใจที่อะไรมีอยู่สังขารมีอยู่ใจที่เป็นธรรมชาติที่คิดอะไรมันเป็นธรรมชาติของมันไม่ใช่เราหงุตัวเราเนี่ยมันเป็นสังขารหน้าปล่อยวางตัวเราเสีย。 อันนี้คือเราไปเล่นกับมันแล้วใช่ไหมคะเราตัวเราหน้าเราไปถล่มเลยไปถล่มหน้า。 หหน้าตลกอะไรได้。 ใจเป็นธรรมชาติที่ไม่มีตัวตนไม่มีรูปร่างมันไปถล่มอะไรไม่ได้หรอก。 แต่เรากลายเป็นผหน้าเลยถล่มอากันเลยความคิดลมมากเลยไม่ดับก็ทีมันไม่ว่างที่มันไม่สงบสักทีกถลงเลยเงียบแล้,ว,ก,็สบายว่างเปล,่,า。 ให้ตัวตน。 ว่ากไปดับดับอาการ。 แบบเดียวกันเช็คกำลังเลย。 แล้วก็บอกว่าว่างแล้ว。 ไม่ว่าจะตัวเราที่พึงพอใจ。 ตัวเราที่พึงพอใจความสงบนั้นคือดับได้ทั้งใจนึกและพึงพอใจ。 อยู่กับพี่ไม่รู้ตัวพอใจความสงบที่ดับอาการได้。 และความพึงพอใจเป็นกเลสปัญหาหาอุปทานเป็นพบเป็นชาติเลยวิอุปทานเป็นพบเป็นชาติอยู่กับพบชาติไม่รู้เรื่องเลยเนี่ย。 เป็นหมดเนี่ยก็เป็นเงไปหมดเลยเป็นแนวญาติพี่น้องเนี่ย。 ทั้งหมดเลย。 ไปอยู่กับความไม่มีไม่เป็นอะไรว่างๆแต่ไม่เห็นตัวเราไม่ได้ปล่อยวางตัวเราที่ที่มีอยู่แต่ไม่มีใครมายึดถือตัวเราแม่ของเ,ร。 าเขเนี่ย。 ผิดมานานมากแล้วแบบนี้เราพูดมานานมากเลยสามสิบปีดูสิ。 กลับได้ที่พูดถูกต้องแหละ。 กลับลำได้ก็เหลือแต่ว่าชั่วโมงบินชั่วโมงบินก็คืออะไรเหลือแต่ชัโมงบชำนานถูกต้องแล้วบินได้แล้วเหลือแต่ชั่วโมงบินได,้。 ชำนานว่า。 เดี๋ยวเข้าไปถืออะไรไหมอยากให้อะไรมันหายไปไหม。 อยากได้อยากเอาอะไรไหมหรือปล่อยมันเป็นมันเป็น。 ที่สงบความที่ความยึดถือก็ปลมีความสงบไปก็ปล่อยให้แสดงไปไม่มีผู้อยากไม่มีผู้ไปโมหหุดงิดอาการสังขารและไม่มีผู้ใาได้ใจที่สงบแม่ของหนูเกิดการพัฒนาไปสู่ขั้นที่ว่าไม่มีผู้ใดอยากได้ใจที่สงบนั้นเพราะมันเป็นธรรมชาติที่ความยึดถือมันก็เป็นใจสงบเองไม่ต้องยึใ。 จที่สงบก็อยากได้ใจสงบ。 สงมันเองอย่างนี้อย่างเดียว。 จะอยู่ๆพี่กลับไม่ทำเหตุที่ยึถือจะไม่อยากได้ใจที่สงบเลยการยถือนี้。 เหลือแต่ชั่วโมงบตรงนี้้แหละที่พลาดพลจะพทางตรงนี้เห็นว่าจะเกิดขึ้นต่อไปจะดับไว้ซะก่อน。 ให้ปัจจุบันอยากให้ทั้งอนาคตที่จะผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น。 ยังตัวไม่รอดแล้วหมดดบทางจริงๆเลยเนี่ย。 ผิดอยู่เห็นอยู่เนี่ยว่าหงุดหงิดหงุดหงิดอาการ。 อยากให้อาการมันสงบามันดับได้นะดับอาการสงบได้นะเกิดความพึงพอใจ。 อย่างนี้อยู่กับพี่ปัญหาไม่รู้ตัวเลย。 เห็นไหมเนี่ยเห็นตาแม่เข้าใจตามแม่แล้วรู้ช่องทางว่าจะแก้ไขหรือเปล่าล่ะ。 เข้าใจค่ะตา。 เข้าใจว่า。 สิ่งที่มันเกิดขึ้นอยู่เนี่ยค่ะ。 มันก็เป็นสังขาร。 เป็นการทำงานของขันห้า。 ก็ต้องปล่อยวางไปอ่ะค่ะก็เป็นธรรธรรมชาติของมันเป็นแบบนี้ก็ทำหน้าที่ของเขาอย่างนี้。 มันก็เหมือน。 มันเป็นคู่แฝดเรา。 ตัวติดกันอยู่อย่างนี้。 กว่าการแล้วจะดับหรือว่าตาย。 ตัวขันห้ามันก็หยุดของมันเอง。 ก็ได้แต่แต่ก็รู้。 แค่นั้นอ่ะขาวก็ปล่อยวาง。 เมื่อใดที่มี。 ความรู้สึกนึกคิดหรือความอยาก。 รำคาญหงุดหงิดโกรธ。 กับขันห้าก็แสดงห้าเราหลงไปกับมันเราไปยึดมัน。 อ่านให้ขาดอให้ขาด。 ทำไปได้กเลส。 จะฝึกชั่วโมงบิน。 มากกว่านี้ค่ะ。 ใครไม่ส่งกันบ้านลงหมดผ่านานพที่ไม่ส่งกันบ้านแล้วผ่านานลงหมดทุกคน。 ใช่เราไปบ่นว่าเรานพานแล้วแต่เท่าที่เราสังเกตออก。 ใครไม่ส่งการบ้าน。 ประสบการณ์ของเรายี่สิบปีสอนแล้วเราก็ปฏิบัติกฝตัวเองอย่างหนักตลอดเวลา。 ใครที่ไม่นิพานลงทั้งนั้นแหละก็ตามเราไม่ทันนะ。 ที่ห่างเราไปหน่อยเดียวนะกลับมาฟังเราไม่รู้เรื่องตามเราไม่เคยทัน。 ไม่เคยทัน。 ไม่เคยฟังเลยพละเอียดแบบนี้แล้วไล่ไม่ทัน。 ตามเราไม่ทันเสียหายเยินหมด。 ตอนนี้ใครใครทิ้งไปแล้วก็ตามไม่ทันเสียหายหมดแล้วตามไม่ทันไม่ทิ้งตามไม่ทันแล้ว。 คนมันมากขึ้นแล้วเราก็บไปเลย。 ตลอดเวลาที่ประสบการณ์ที่เราสอนมายี่สิบปี。 ตัวเองตลอดเวลาไม่เคยมีประสบการณ์มากเลยยี่สิบปีที่ผ่านมายี่สิบปีนับแต่ที่เราทางการ。 แต่ที่เราปฏิบัติมาเนี่ยแทบจะตลอดชีวิต。 เราตั้งแต่เด็กเราก็ปฏิบัติเป็นแล้ว。 ตั้งแต่เป็นเด็กๆชั้นอนุบาล。 ก็เปิดโรงเรียนพุทธศาสนาที่วัดข้างบ้าน。 โชคดีมีพระพม่ามาสอน。 เห็นแบบวเราเธอคงจะมีรู้วารจิตรู้บางอย่างภายในของท่าน。 ตอนนี้เรามีแวว。 แจ้งทำโทษเราให้คนอื่นกลับบ้านแล้วเราส่วนมากส่วนมากกับใครต้องถูกทำโทษ。 ขอโทษมีอะไรหรอกท่านก็นั่งนั่งพระประธานแล้วไว้เรานั่งสมาธิอนาคคู่กับท่าน。 พระประทานเราไม่รู้เป็นอะไรเราก็รู้สึกว่าเมื่อเราได้นั่งสมาธิตอนเลิกเรียนแล้ว。 ใจเรามาสงบเยกเย็นมีความสว่างไสวัย。 เราก็ชอบถูกทำโทษ。 แต่ความจริงเรามาพิจารณาดูแสดงว่าเราปฏิบัติได้ตั้งแต่เด็กแล้ว。 ตอนหลังเราไปเจอวงปเขาววพ่อแม่อาจารย์ที่เป็นพระรามแรกที่เรามั่นใจว่าท่านบรรลที่สุดแล้วก็ที่สุดแล้วก,็,ด,ู,เ,ป,็,น,พระา,จริงๆเราก,็,ไ。 ด้,มาท่าน。 เมื่อปีสองพันร้อยสิบเก้า。 ฟังทำท่านในห้องนอนถ้าเรียกเข้าไป。 เราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยบวชไปภากระดูร้อน。 เรียกก็ไปหาในห้องนอนแล้วก็ถ้าจะสอน。 เรากลับไปที่ท่านมาหิงสาที่หนองบัวลำภูไปประพฤติปฏิบัติไปพิจารนาทบทวนตามที่หลวงปู่ขาวนารยท่านสอนมา่อแม่ครูบาอาจารย์ท,ี,่,เครบนับถือที,่。 มีพระคุณ。 ไม่ทราบเป็นไรจิตใจมาสงบร่มเย็นมากเลย。 มันมองเห็นต้นไม้ภูเขามองเห็นในดินที่ชาวนาเขาไถ。 อยู่ตามนาไว้。 ต้นไมภูเขาใบไม้ดอกหญ้า。 แผ่นดิน。 มันมีเรืองแสงเหมือนกับแสงพระจันทร์วันเพ็ญสิบห้าท่าน。 นั้นเรามีความสงบร่มเย็นมาก。 เราถึงรู้ว่าแสงที่มันมีความสงบร่มเย็นเนี่ยเราก็เคยเป็นตั้งแต่เด็ก。 แต่เราไม่รู้วามันคืออะไรมาพอเราไม่ได้ฟังตามจากเขาอีกสิ่งที่เกิดขึ้นอีกแต่สุดท้ายแล้วก็ปล่อยผ่านไปอีก。 เราไม่รู้วามันคืออะไร。 วาสนาเราคงไม่ถึง。 เราใช้เวลาค้นคว้ามันมาตลอดชีวิต。 เป็นแบบนี้。 หสิบห้าหกสิบหกปีนะ。 เราเราก็สอนมายี่สิบปีมีลูกศิษย์ลูกหา。 ทั่วโลกไม่รู้จำนวนเท่าไหร่。 ประสบการณ์ที่ผ่านมายาวนานเนี่ยแล้วเราก็ไม่เคยหยุดในภายในเรา。 จนเรามีความมั่นใจ。 พักไทยปฏิบัติตามที่เราชี้แล้วเนี่ย。 สามารถพจับคุกได้。 นั่นแหละ。 ท่านทั้งหลายอย่างบประมาณท。 อย่ามัประมาทรีบส่งกันบ้างรีบส่งกันบ้าง。 ท่านเนี่ยตามไม่ทัน。 เสียหายใหญ่。 เพราะเวลานี้มันจำกัดมากเลย。 ทำไมเราไม่ทราบว่ามันทำไมเร่งมากเลย。 ซึ่งไม่ควควรจะเร่งขนาดนี้แต่เราเร่งมากเลย。 มันเหมือนมีความรู้สึกว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น。 วิชีวิตเราจะดับลง。 หรือภัยพิบัติ。 ของโลกมันจะเกิดขึ้น。 หรือเราจะชีวิตเราจะดับลงพร้อมกับภัยภัยพิบัติของโลกที่จะเกิดขึ้นในเวลาไม่นาน。 กินเร่งมากเลย。 แต่เราก็ไม่ชัดเจนเหตุใดเราจึงเร่ง。 แต่เรารู้สึกว่าไม่ใช่เราเล่นคนเดียว。 มีบางอย่างเร่งเรายังไงก็ไม่ทราบจากภายในไปสู่ภายนอก。 จากภายนอกมาสู่ภายในใจเรา。 เรามีความรู้สึกเหมือนกับธรรมจักรในธรรมชาติในหมุน。 หมุนแล้วแล้วก็หมุนแรง。 ธรรมจักร。 คือทำคำสอนของพระพุทธเจ้าออกจากการอบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้า。 การบริสุทธิของพระสงฆ์。 ของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ถ่ายทอดส่งต่อมาถึงเรา。 ที่จะส่งต่อไปยังพวกท่านทั้งหลายมนุษย์และเทเทวดาทั้งหลาย。 มันได้หมุนแรงแล้วก็หมุนแรงด้วยหมุนไปทั้งจักรวาล。 ซึ่งเรามีความรู้สึกว่า。 ช่วงระยะเวลาที่หมุนเนี่ย。 มันเพิเริ่มไม่นาน。 และมันก็จะจบไปในเวลารวดเร็ว。 ดังนั้นเนี่ยตอนหลังเนี่ยใครที่。 ซื้อใหม่ส่งการบ้านเราแล้วขยัน。 ประโยชน์ได้มากจริงๆเลย。 เราแก้ไขให้ได้เวลารวดเร็วเลย。 ความรู้ความเห็นของเราไม่มีขีดจำกัดเลย。 ความรู้ความเห็นความสามารถความเข้าใจของเราไม่มีขีดจำกัดเลย。 บอกว่า。 ให้เล่น่งส่งการบ้านแล้วเราสอนเราบอกไงให้เชื่ออย่าดื้อ。 เสียเวลาแก่ตัวเองเสียเวลาเสียเวลาแก่เราด้วยเวลาคนอื่นด้วย。 นมัสกาลหลวงตาค่ะ。 มาวันแรก。 หลวงตาบอก。 ให้ไปวางค่ะสองคืนแล้วค่ะเมื่อวานนี้ตอนหลวงตาบอกพระฝรั่งว่า。 เงียบสงบสันติ。 หนูมีความรู้สึกว่า。 ลงแก่ใจ。 แล้ว。 คุณชมพู่ก็บอกว่า。 อย่าไปดิ้นรน。 แล้ว。 หนูก็รู้สึกว่า。 ช่วงนั้น。 หนูวางและเป็นอิสระค่ะ。 ดีมากแล้ว。 แบบความหลงมานาน。 ทั้งวันมานี่ก็ยังแบกความหลงมาหลงผิดมาเยอะ。 เราวจะพูดบอกสอนยังไงก็ไม่เข้าใจไม่เชื่อ。 ตอนนี้เริ่มเข้าสู่ทาง。 สาธค่ะ。 สังเกทำความเข้าใจในใจ。 เดินทางผิดมายาวนาน。 บอกเล่าประสบการณ์ที่ว่าคนอื่น。 มันผิดมายังไงแล้วพี่ผิดมากๆนะแบบมากๆเลย。 เราข้ามาจถึงณเวลานี้อะไรบ้างที่มันเปลี่ยนไปยังไงความรู้เข้าใจมันเปลี่ยนไปยังไงที่ผ่านมามากเลย。 มากๆเลยที่ถูกเป็นยังไงวนาพุทธค่ะ。 วนาพทโธแล้วก็。 เข้าไปเห็นแสงสว่างในตัวเองอ่ะค่ะ。 ตัวเองสว่างไสววค่ะแล้วก็อยู่ในนั้นได้นานนั่งสมาธิได้เป็นวันได้หลายชั่วโมงค่ะ。 แล้วถ้าหากว่าจะนอนก็คิดว่าอย่าให้ว่างให้ให้ปฏิบัติก็ภาวนามีกับพโททค่ะกลับไปเลยค่ะ。 ภาวนานอนไปนอนเพื่ออยู่กับแสงสว่างในตัวใช่ไหม。 ภาวนาให้หลับไปกับพุทธโธเลยค่ะ。 เลยไงอ่ะ。 ก็มาหาหลวงตาหลวงตาก็บอกว่าแช่ค่ะ。 แล้วเวลานั่งฟังทำก็เพลิดเพลินแล้วก็ชอบหลับตา。 ที่หลวงตาสอนแล้วก็。 มีความพึงพอใจที่ได้ฟังหลวงตาสอนค่ะหลวงตาก็บอกว่าแค่ให้หนูไปดห้องน้ำค่ะไปทำอะไรให้มันตื่นนะคะ。 แล้ว。 หลังๆมานี้ฟังทีดีหลวงตาแล้วก็ฟังyoutubeก็พิจารณาตามให้เห็นจิตใจที่มันคิดแล้วก็ให้รู้เท่าทันแล้วก็เห็นเขาแล้วก็ไม่。 ไม่แก้ไขสักแต่ว่ารู้เพราะเห็นเขาแล้วก็สัว่ารู้แล้วก็วางวางมันไปอ่ะค่ะแล้วมันก็เบาค่ะ。 รู้สึกว่าคิดเป็นอิสระไม่ต้องมาทุกข์กังวลแล้วแต่เริ่มเข้าใจบ่อยๆหลังจากที่วงตาบอกว่าให้ไปเป็นแฟนพันธุ์แท้。 จะติดจดจ่อฟังซีดีค่ะหนูก็ทำตามแล้วก็อ่านหนังสือ。 ของหลวงตาจบหลายรอบค่ะ。 ตอนนี้ก็เข้าใจเข้าใจแล้วก็ลงแกก่ใจ。 อัพเดทเลยนะอัพเดททันนะหลังสามแผ่นนะแผออกไม่ทันหลังไกลมากหลายร้อย。 ฟังดีๆพเดทfacebookในyoutube l i nใจ。 แต่ยังพอใจกับใจที่สงบ。 พอใจกับอันนี้ไม่ถูกนะต้องปล่อยวางเห็นความสงบอยู่จะไม่เข้าไปสำคัญบ้านหมายในใจที่สงบ。 ใจสงบแต่ความยิดมั่นพื้นบ้านแต่ก็ไม่เข้าไปสำคัญมั่นหมายต่อใจที่สงบ。 เปี๊ยกมีความสำคัญมั่นหมายต่อใจที่สงบ。 ใจที่สงบ。 ให้รู้ระหว่างไปนะคะมันไม่สงบ。 คือผมไม่มีเข้าไปยังไม่ไม่เข้าไปสำคัญนั่นหมายไม่เข้าไปกันนัมาความสงบมันก็เลยสงบสงบละเอียดแล้วก็สงไม่มีอะไรไม่มีความแตไม่มีอะไรอะไรมันไม่มีใครยึถือมีถือแต่ความสงบนั้นมันก็เลยการเป็นความสงบที่ปราศจากความปราจากความยึถือในการสงบที่บริสุ。 ทธิ์。 เชื่อนะตรงนี้。 อยากช่วยมาเนี่ยแย่ๆที่。 ก็บอกว่าแจ้。 สบายแสงสว่างในตัวเองพึงพอใจกับใจที่ของโลกเราสบายแสงสว่าง。 ไม่เชื่อเราก็เราบอกว่ามาก็ไปหาคนอื่นหาคนนี้。 มีคนพาไปหาที่ถูกใจคนที่ถูกใจคุยกับคนที่ถูกใจคนไหนบอกบอกถูกใจเขาไม่ใช่แล้วโลกมาสบายใจตัวมากขึ้นก็เชื่อคนนั้น。 กราบขอบพระคุณค่ะกราบขอบพระคุณหลวงตาค่ะ。 ไม่รู้ตัวเจ้าค่ะสบายแสงสว่างในตัวแต่ก็คงเป็นวาสนายังไม่ถึงพลาด。 มันจะไปเฉยๆนะต้องกลับคืนมาเป็นคนปกติอย่าไปอยู่เฉยๆก็ปกติปกติปกติเขาถืออะไรแต่ก็เป็นปกติปกติเมื่อจะรู้สึกเฉยๆไม่อยากพูดจากับใครรู้ว่าผิดและจะกลับไปอย่างเก่า。 จากนมัตการหลวงตาค่ะ。 พี่ก็หลังจากถึงอดีต。 ก็รู้สึกว่าดีขึ้นน่ะใจมัน。 แต่มันโปร่ง。 ได้มันโป่งค่ะ。 กงแล้วก็ปล่อยมันก็ไม่ก็หวัง。 มาอยู่ทั้งวันนะ。 อยู่กับอดีตก็ไม่เอาค่ะ。 อดีก็ไม่เอา。 อนาคตก็ไม่เอาอยู่กับปัจจุบันเท่านั้น。 ใจมันก็。 ปล่อยวางได้นะคะ。 อะไรยังไม่ได้ปล่อยวางตัวเรา。 ปล่อยวางอดีต。 ไปวางอนาคตอยู่กับสบานใจเราสบาย。 ใจสบายยิ่งขึ้นแล้วก็พึงพอใจจิตใจดีๆกับใจที่พอสบายมากขึ้นสรุปแล้วเดินไปไหนก็เอาใจที่สบายไปด้วย。 กลายเป็นตัวเราเนี่ยถูกอุ้มอยู่ในลูกโป่งวิทยาศาสตร์。 เหมือนกับอารมณ์ความรู้สึกที่เบาสบายสบายยิ่งขึ้นจะพี่ได้ไปวางพอใจที่ตใจยดีใจที่เบาสบายแล้วก็ไปไหนก็มีตัวเราในบสารความจริงตัวเราไม่มีเรากลับเอาตัวเราไปดูแต่ใจสบายจะไม่ย้อนกลับมาดูไม่ไม่จะบอกว่าย้อนเดี๋ยวก็จะเอามีตัวมาดูตัวเราปล่อยวางตัวเราเราสบายเ。 ห็นตัวเราคิดไม่หยุดไม่หยุดไม่หยุด2วิใจไม่หยุด。 เอาตัวเราไปดู。 บว่าแล้วก็สบายใจและสบายใจยังไม่ถูกไม่ถูก。 ตอนบ่ายก็。 มันก็คิดอยู่เรื่อยๆนะครับ。 คิดก็ปล่อยมันไปเรื่อยๆหลวงตา。 คิดถึงตอนที่เคลียให้ก็มันก็อยู่เรื่อยๆนะในใจของเราก็คิดวามันมันเป็นอย่างนี้นะมันทำไมเป็นอย่างนี้ลืมได้ไหมก็บอกก็ถามอยู่อย่างนี้แต่เขาก็คิดไปเรื่อยๆ。 พูดไปเรื่อยๆบ่นไปอยู่เรื่อยๆหลวงตา。 มันไม่หยุดไม่หยุดก็บอกมันอยู่เรื่อยว่าเรา。 คิดอะไรเราไม่คิด。 อยากจะบ่นก็บนไป。 ใจเราค่อยวางแล้ว。 ยังไง。 มันก็ทำให้เราใจมันก็。 มีความรู้สึกว่า。 ปล่อยวางได้。 คือเราอ่ะ。 จงอยู่กับพอดีต。 เห็นข้าวของสามีที่ตายไปที่เก็บไว้ในบ้านก็ไม่ได้ไปไหน。 เมื่อเห็นมันก็คำนึงถึงคิดถึงสงตาก็พูดอยู่เรื่อยๆเราก็ไม่เชื่อบอกไม่มีไม่คิดถึงแล้ว。 เวลาวงตาไม่อยู่ที่นี่ก็กลับบ้าน。 ก็หาอะไรทำโทรศัพท์คุยกับเพื่อนหางานบ้านทำให้มีความสบายใจ。 มันจะได้ลืมๆเรื่องอะไรไป。 แต่หลวงตาเห็นในความสบายใจมันไม่ได้ลืมเรื่องอะไรหรอกใจข้างในมันเศร้ามอง。 แต่เราก็ไม่เชื่อยังบอกว่าไม่ได้คิดถึงไม่ได้คิดถึงดื้ออยู่นานหลายปีหลายปีนะ。 รเกือบสิบความดื้อของคนน่ากลัวมากแค่นี้เกือบสิบปี。 เราก็พยายามดูให้เช็คให้ตรวจสอบให้ก็ไม่เชื่ออยู่นั่นแหละ。 ตอนนี้ผมมาตรวจพี่นาจริงๆเชื่อยอมยอมแล้วมีอยู่จริงๆ。 ต้องหาอะไรทำเพลินเพลินน้องชายมาอยู่นี่พระน้องชายมาอยู่นี่ก็ทำครัวเพลินไปไม่คิดอะไรมีความสุขได้ทั้งวัน。 แต่ความจริงหลอกลวงตัวเองทุกคนเลย。 หาอะไรทำเพลลินใจไป。 บเกื่อนความทุกข์เกเกินความคิดเกอารมณ์ในใจ。