大家双手合十,虔诚地供奉香烛,与法师一同进行。法师安坐于说法之处,等待讲法开始。此时,大家一起向法师顶礼。顶礼完毕,按照惯例,法师会简化一些宗教仪式,直接进入佛法开示环节。法师慈悲,会根据时间,适时地为弟子们开示佛法,并留出时间解答弟子们的疑问。 我等沉浸于佛法之中,内心充满敬意。所有佛陀的清净法音,以及诸佛菩萨、历代祖师大德的教诲,都来自他们清净的心。这清净心也存在于在场各位,包括人类与非人类,天神、梵天、夜叉、阿修罗等所有众生心中。通过修行,让自心觉醒,生起智慧,熄灭烦恼,断除一切束缚,最终证悟真如本性,与佛法合一,达到永恒的涅槃。 (诵念经文)南无本师释迦牟尼佛…… 上次,我为大家讲解了《相应部·优婆塞品》中的“无畏施”。这是一部完全讲述佛法的经典,是佛陀特意挑选出来,对在家居士宣讲的。因为在家居士中,有很大一部分人,有机会通过修行,证得初果、二果、三果,乃至四果阿罗汉。佛陀观察到,在座的听法众生中,有人具备证悟佛法的潜质,从初果到最高的涅槃果位都有可能。所以,佛陀选择了这部经典。上次已经讲解了许多,可能有些新来的听众还没听过,所以这次会简单回顾一下,然后进入实修部分。 《无畏施》的内容包括布施、持戒,以及布施、持戒的功德,这些善行可以让我们投生到天界,享受天界的快乐。但是,无论我们做了多少布施、持戒,在天界享福,当福报享尽时,还是有可能堕入地狱。因为我们还没有证得初果以上的果位,还有可能再次轮回,甚至堕入恶道。 因此,我们要继续精进修行,认识到五欲的过患。在认识到五欲的过患之后,就要精进修习佛法,无论是出家修行还是在家修行,最终目标都是为了达到解脱,证得涅槃。 为什么《无畏施》能引导我们走向涅槃呢?因为,从布施开始,我们就能体会到解脱的滋味。布施,意味着放下,放下贪、嗔、痴、我慢,放下对自我、对身外之物的执着。不断地放下,放下贪心、嗔恨、愚痴、傲慢、吝啬……这些负面情绪,从内心深处把它们清除出去。通过布施,我们可以放下贪、嗔、痴,从行为上开始改变。 从持守五戒开始,我们规范自己的行为。不杀生,不偷盗,不邪淫,不妄语(包括不说谎、不恶口、不绮语、不两舌),不饮酒和吸毒。如果能严格持守五戒,规范身口意三业,这就是持戒。 持戒的目的,是让我们不再造作恶业。佛陀曾说,如果一件事情做了之后,会让你后悔,那就不要去做、不要去说。在没有做之前,不要去做;如果做了,就要彻底放下。 我们每个人,在没有证得阿罗汉果之前,都可能造作恶业。一旦做了,就要承担后果,彻底放下。没有做之前,不要去做;做了之后,就要彻底放下。第三点,对于善行,如果没有做,就要去做、去说;第四点,对于已经做的善行,要精进不懈,让它不断增长。这就是“四正勤”,是三十七菩提分法中的一部分,也是四念住的内容,是证悟解脱的重要方法。 布施,就是通过身口意三业来断除恶业。最终达到内心的清净,不再有任何想要违背戒律的念头。没有故意犯戒的想法,更不会有故意犯戒的言行。要从内心深处,断除想要违背戒律的念头,不断地修习忍辱,直到内心对任何违背戒律的念头都能忍受,不会随波逐流,这就是忍辱波罗蜜,是熄灭烦恼的重要方法。 当内心不再有任何违背戒律的念头,无论是五戒、八戒、十戒,还是二百二十七条戒,都能持守清净。这就是戒律深入内心。当戒律深入内心,就能生起禅定,也就是内心从烦恼、忧虑、不安中解脱出来,获得平静。因为内心充满了清净、喜悦和善行。 首先,大家要明白,布施并不是要把自己所有的财产都捐出去。有些人被骗,说要捐几百万、几千万才能证得初果、二果、三果,甚至捐几亿才能证得阿罗汉果。很多家庭因此倾家荡产,甚至家破人亡。 以前我还在俗家时,就遇到过这样的事。一位女居士去寺庙修行,回来后就刷信用卡买了一辆外国车,供养给她信仰的师父。她家境并不富裕,刷信用卡买车后,还不起钱。回到家后,丈夫把她打得鼻青脸肿,闹到法院。 我认识这个家庭,他们是卖米粉的,收入来源就是卖米粉。店面也是在地上搭的棚子,不是什么大店。但因为他们做的米粉很好吃,所以中午很多法官都会去他们那里吃米粉。那天我去他们店里,就问男主人,为什么他一个人在店里忙活,妻子不来帮忙,生意这么好,店里都坐满了,他一个人忙不过来,孩子也在地上玩,弄得脏兮兮的,妻子去哪里了? 他一听就火了,说妻子去修行了,下午回来就去法院起诉他了。原来,妻子刷信用卡买了一辆价值百万的外国车供养给师父,自己却要还债,卖米粉的收入根本不够。夫妻俩为此大吵大闹。 我们把他们叫来调解,怎么调解都没用,他们坚持要离婚。所以,不要被那些骗人的说法迷惑,说布施要倾家荡产。布施,是为了让我们从内心生起善念,放下贪、嗔、痴,放下吝啬。布施,是内心的一种训练,不是说捐的钱越多,功德就越大。关键是,要经常布施,经常放下。经常布施,内心就会慢慢放下吝啬、贪婪、嗔恨、愚痴。对于嗔恨,要修习慈悲,原谅他人,不记仇。慈悲、宽容、不记仇,这就是布施,是从内心到行动的布施。 贪心、嗔恨、吝啬,要慢慢地、一点点地放下,经常练习。布施,是为了让我们习惯做善事,不是让我们倾家荡产,然后夫妻反目,被人欺骗。有些人,为了所谓的“供养佛陀”,要捐几百万、几千万。 还有人为了见佛陀,办所谓的“护照”,每个人要交几百万。他们把佛像拿出来炫耀,说这佛像能吸财,一个佛像五十万,要买几个,给自己、给丈夫、给父母、给兄弟姐妹都买一个,一个五十万,要花几百万。买了这么久,这佛像吸到财了吗?没有,反而是他们的钱被别人吸走了几百万。 最后,他们发现,不仅钱被骗走了,连智慧也被骗走了。他们完全没有分辨能力,被人欺骗。大部分人,因为缺乏智慧,很容易被骗。布施,要从清净心出发。即使是小小的布施,只要心是清净的,功德也是无量的。我们拥有的不多,但只要心是清净的,布施就是有意义的。 不能轻视别人的布施,即使只捐了一块钱。就像佛陀时代,有一位富翁,发起供养袈裟的活动。一位穷人,也捐了一块钱,放在盘子里,发出清脆的响声。富翁很生气,觉得他只捐了一块钱,就把他的钱扔掉了。 虽然只捐了一块钱,但对他来说,这是他全部的财产,他内心非常虔诚。他发愿说,愿以此功德,回向给一切众生。他发了大愿,只捐了一块钱,却被富翁扔掉了。 后来,富翁把袈裟供养给佛陀,佛陀却不接受,说这袈裟不干净,不清净。因为他把别人捐的钱扔掉了。佛陀让他把那一块钱找回来。 幸运的是,那一块钱被找到了。那块钱掉落的地方,长出了一棵菩提树,树荫遮蔽着那一块钱。当那一块钱被放回盘子里,整个世界都震动了,天神们都赞叹这功德。那些富人们捐了那么多钱,为什么这一块钱的功德这么大?因为这一块钱对他来说,意义重大,他的心是清净的。 所以,布施不在于多少,而在于心。布施,关键在于心。就像《长阿含经》中记载的,有一位穷人,供养佛陀。印度人通常会用一块布来裹身,这位穷人和他的妻子只有一块布。如果丈夫出门,妻子就不能出门,因为只有一块布;如果妻子出门,丈夫就只能待在家里。佛陀说法时,他们就轮流去听法。 轮到穷人去听法时,他把自己仅有的那块布裹在身上。他很穷,没有什么可以供养佛陀。他心里想,自己之所以这么穷,是因为过去没有做善事,所以今生这么贫困。于是,他决定把身上仅有的那块布,洗干净、熨平整,准备供养给佛陀。 当他准备把布供养给佛陀时,他想到,如果把布供养了,下次妻子就没法去听法了。他犹豫了,把布放下了又拿起来,拿起来又放下,犹豫不决。最后,他还是把布带回了家。 他犹豫了两次,第三次,他下定决心,无论如何都要把布供养给佛陀。他觉得,自己这么穷,是因为内心太吝啬,所以才这么贫困。他决心把布供养出去,这就像把自己的钱包捐出去一样,需要很大的勇气。 第三次,他把布洗干净、熨平整,下定决心,无论如何都要把布供养给佛陀。当他把布供养出去时,整个世界都震动了,天神们都赞叹他的功德。国王也在场,他看到穷人只供养了一块布,功德却这么大,就问佛陀,这是怎么回事。 佛陀让国王也参与到穷人的功德中,国王也能获得同样的功德。国王就拿出很多财物、布匹送给穷人。穷人把国王送给他的财物,又全部供养给佛陀和僧众,作为僧团的供养。因为供养个人的功德比较小,供养僧团的功德比较大。 国王又送给穷人很多财物,让他留着自己用。穷人又把这些财物全部供养给佛陀和僧众。国王又劝穷人留下一些自己用,佛陀也劝他留下一些。穷人这才留下一些。所以,布施要从心出发,布施的功德是无量的,不是被人欺骗。 布施,要从心出发,要有广大的心,要供养僧团。 我跟某位法师说过,中午我讲完法,就要赶路。请大家把供养放在法师面前,发愿供养僧团,这样功德是相同的。大家供养的东西,我不会带走。我教导大家佛法,帮助大家认识佛法,财物我不会带走。无论在哪里讲法,我都把供养留在当地,不会带走。这是供养僧团,大家发愿供养,功德是无量的。 有个人,组织供养袈裟的活动,供养给一位大德高僧。供养完毕后,这位大德高僧又把袈裟拿出来,做“福田衣”,让大家再次供养,这样功德更大。但是,这位组织者却不理解,说,我已经供养过了,为什么还要再供养?我已经有功德了,不需要再做了。 亲朋好友劝他再次供养,他也不愿意,说自己已经有功德了。这位大德高僧就解释说,他布施了,功德是圆满的,但是,他没有发愿回向,没有让功德更圆满。所以,无论做什么善事,布施、持戒、修行,都要从心出发,都要回向。布施,要从心出发;持戒,要从心出发;修行,也要从心出发。 一切的快乐,都来自于内心。烦恼和痛苦,也都来自于内心。内心的喜悦,也来自于内心。无论是布施、持戒还是修行,都要从心出发,让内心充满喜悦。布施不在于数量多少,而在于内心是否清净。布施,要让内心充满喜悦,每次想起,都觉得内心很充实。 有位老奶奶,我们很疑惑,她怎么还不去世?她快要去世了,却一直不肯走。她说,有很多人来接她,她都让他们等一等,说要等某个人,不肯跟他们走。照顾她的人都很害怕,因为老奶奶一个人在房间里,没有人。她说有很多人来接她,想把她带走,她不肯走,说要等一等。 后来,当老奶奶去世时,我们很惊讶。通常,天界的人,都很庄严,天宫也很华丽。但是,来接老奶奶的天宫很特别,像寺庙里的法座。我们知道寺庙里的法座,通常会装饰很多彩色的玻璃,很华丽。老奶奶的天宫,就像寺庙里的法座,但很大,也有很多装饰。 我们问她的子女,为什么来接老奶奶的天宫像寺庙里的法座?他们说,老奶奶家境并不富裕,但有很多田地。她把田地卖了,到曼谷,请人做了一个法座,供养给寺庙,她非常欢喜。每次寺庙里讲经,她都会去听。 当她去世时,没有任何杂念,只有她供养法座的功德。所以,来接她的天宫,就是寺庙里的法座。所以,大家无论做什么善事,都要记住,不要让杂念干扰。 这位老奶奶,去了天界。但是,如果只做布施、持戒,没有断除烦恼,还是不能证得初果以上的果位。所以,我们还要断除烦恼。当我们布施时,要放下贪、嗔、痴、我慢,放下对自我、对身外之物的执着。 无论我们做什么善事,布施、持戒,都要从心出发。内心不再有任何违背戒律的念头,内心充满平静。因为内心清净,所以能生起禅定。内心平静,是最大的快乐。没有任何快乐,能超越内心的平静。 当内心平静时,就能体验到一种前所未有的快乐,这是超越世俗快乐的,不需要任何外在的刺激,不需要名利、地位、财富、豪宅、名车……这些外在的东西。内心平静,就能体验到一种超越一切的快乐,这就是禅定的快乐。 当内心平静时,贪、嗔、痴、我慢,这些让我们痛苦的烦恼,就会慢慢熄灭。内心就会变得平静、清凉。这就是“观禅”,通过观察,放下对一切事物的执着。放下贪、嗔、痴、我慢,放下吝啬,放下对一切事物的执着。 一切事物都是无常的,都是会变化的,无法执着。一切众生,都会经历生老病死,都会经历分离。时间会慢慢地摧毁我们的生命,让我们的容貌衰老,最终走向死亡。没有人能抵抗死亡,没有人能永远拥有什么。 一切事物,都不是我们真正拥有的。我们必须放下一切,无论是贫穷还是富裕,无论是平民还是国王,都必须放下一切。当我们认识到这个真理,内心就会变得平静、细腻,与自然融为一体。 这种平静,比“止禅”的平静更深,是“观禅”的平静,通过观察,放下对一切事物的执着。这种平静,是永恒的,是涅槃的平静 --- 翻译以下佛法讲座为中文(Chinese),要求: 1. 完整翻译为中文(Chinese),不要包含泰语 2. 不遗漏内容 3. 原文一行行字幕的格式,请根据意思,整合输出成段落文章的形式,且保持语言通顺! --- ท่านก็พนมมือนะโน้้อมถวายอมิบูชากล่าวคือธูปเทียนไปพร้อมๆกับท่านพระอาจารย์。 พระอาจารย์ท่านนั่งที่จะนักแสดงธรรมจะได้。 ทุกโอกาสทุกท่านนั้นได้กราบพระอาจารย์พร้อมๆกันนะ。 ราบ。 ธรรมเนียมปฏิบัติกองทัพระอาจารย์แล้วก็จะลดในเรื่องของศาสพิธีบางอย่างลงเพื่อเข้าสู่สาระแห่งการบริยายธรรมกับนิมนต์ท่านพระอาจารย์นะครับเมตตาบริยายธรรมตามสมควรแก่เวลาและก็ให้โอกาสศิษยานุสิิย์ได้ถามต่อปัญหาธรรมเป็นลำดับไปคร。 ับผม。 เจริญความสนใจในธรรมทุกท่าน。 อรรัตนา。 พระสธรรมที่ถ่ายทอดออกจากพระทัยอภสุดพุทธเจ้าทุกพระองค์พระพระเจพระุทธเจ้าทุกพระองค์พระธรรมพระอัยสงฆ์สาวกพระ่อแม่ครู,บ。 าอาจารย์。 ผู้มีพระคุณผู้เคารพนับถือทุกท่านอย่างจากใจอบริสุทธิ์ของน้ำตาไปอย่างใจหรือถ้าุรูปบริสุทธิ์ของทุกๆท่านทั้งมนุษย์และไม่ใช่มนุษย์เทพเทวดาอินพรหมยอมยักษ์หน้าคุณุมนุษย์คนรรทั้งหลาย。 ไม่ได้รู้ทำเห็นทำให้เกิดสติสมาธิปัญญาเป็นสมาธติดับวิชาธติวิชากเลทานสังยศทั้งหมดให้ธรรมแท้กับใจแท้เป็,น,ห,น,ึ่งเดียวกันเป,็,น。 ธรรมชาติ。 นพพานโดยถาวรที่เชิงตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปด้วยเธอ。 นะโมตสะตสมาสมพุทธะสมพุทธะนะะ。 เมื่อคราวที่แล้วหลวงตาได้มาแสดงถามในเรื่ออนบพระพิกถา。 เป็นภาพบรรจายธรรมล้วนๆพระพิคาาเป็นพระคาถาที่พระพุทธเจ้าได้เลือกศาลมาแสดง。 ฆราวาสฆราวาส。 เป็นส่วนใหญ่ที่มีโอกาสที่จะรู้ทำเป็นทำตั้งแต่เบื้องต้นไปตั้งแต่พระโสดาบาลพระกิตาคามีหรือพระตรามีพระปนาคามีจนถึง。 พระอาราญ。 ซึ่งพระองค์ได้ดูได้พยานได้ตรวจดูแล้วว่าผู้มีผู้ที่มาฟังธรรมในหมู่เวอาญาสัตว์。 ผู้ที่มีโอกาสที่จะบรรลุธรรมได้ตั้งแต่ทำเบื้องต้นคือพระสมบาลจนถึงธรรมให้สูงสุดคือพระนิพพาน。 จึงเลือกอนปภาพที่กถามาแสดงซึ่งคราวที่แล้วก็ได้แสดงเรื่องอนภาพพี่กตาไปแล้วหลายท่านอาจจะยังไม่เคยฟังก็เพิ่งมาใหม่อาจจะมาใหม่ในครั้งนี้ก็ทบทวนเล็กน้อยแล้วก็จะเข้าสู่คราวนี้จะสเข้าธรรมะภาคปฏิบัติล。 ้วนๆ。 เพราะว่าบรรยายก็บรรยายไปแล้วแต่จะทบทวนให้นิดนึง。 เรื่ออนปภาพพิคาถาก็เป็นเรื่องทางเรื่องทาง。 แล้วก็สี。 แล้วก็อานิสงส์ของทานศีล。 ทำให้ได้ไปเกิดเสวยสุขในสวรรค์。 ทำให้ไปสุขในสวรรค์สกัดคาถา。 แต่ไม่ว่าจะทำบุญให้ทานรักษาสีีไปเสวยสุขในสวรรค์。 แต่เมื่อบทบุญกุศลแล้วก็มีโอกาสที่จะไปตกนรกได้ไปตกนรกอีกเพราะว่ายังไม่ได้บรรลุธรรมได้ขั้นตั้งแต่ปดาบาลขึ้นไปก็มีโอกาสที่จะกลับไปตก,น。 รกได้อีก。 นก็ต้องเจริญให้ต่อไปอีกเหตุโทษของกากานะโทษของกลางมเมื่อโทษของกลางแล้วก็เพียนปฏิบัติเด็กธรรมะการบวชใจบวชกาย。 ก็ไปถึงบวชใจคนไหนบวชกายได้ก็บวชต้องกายวาจาใจไปสู่ความหลุดพ้นพระที่ผ่านพิผ่านในไปจนถึงพระผ่านานเลย。 ทำไมอนปภาพที่คาถาไปจนถึงนพพานก็เพราะว่าตั้งแต่ทนี้ก็สามารถที่จะรู้ว่าฝที่พานได้แล้ว。 ทานคือทานก็หมายถึงว่าการสลักการสลักความโลภความโกรธความหลงที่ติมานะหรือตัวหรือตน。 การสละออกสละออกสละออกไปเรื่อยๆออกจากใจสละความโลภความโกรธความหลงที่ดีมานะขี้งกขี้กขี้หวงขี้โลกขี้โกรธขี้หลงก็ออกออกหรือต้องทานแล้วก็ออกตั้งแต่ออกตั้งการกระทำ。 ประกาศกระทำกรรมใดก็ตามที่จะทำให้ตั้งแต่ผศทำตั้งแต่สิีห้าเป็นต้นไปก็。 การกระทำการพูดได้ได้ตั้งแต่ไม่สัตตัชีวิตไม่เบียดเบียนชีวิตสัตอื่นรักทรัพย์วิเอาทรัพย์สินของอื่นโดยไ,ม,่,ช,อ,บ,ไ,ม่ป,ร,ะ,พ,ฤ,ติผิดในการ,แ,ล。 ้วก็เท็จ。 รวมทั้งพูดคำหยาบพูดเพ้อเจพูดที่คิดนทาว่าร้ายผู้อื่น。 แล้วก็。 ตั้งแต่ไม่ดื่มสุรายาเสพติด。 อันนี้ถ้าเว้นขาดแค่กายวาจาก็เป็นศีลเป็นศีลแค่ในขงดเว้นได้งดเว้นการกระทำและดเว้นทางวาจา。 กรรมใด。 ถ้ายังไม่ได้กระทำบาปสกายวาจาใจ。 ผศีลก็อย่าไปกระทำ。 ที่พระองค์ได้ตัดไว้ว่า。 บาปกรรมใดก็ตามถ้ามาคิดขึ้นมาแล้วมานึกถึงแล้วต้องมาเสียใจในภายหลังอย่าคิดอย่าพูดจะดีกว่า。 อยากจะพูดออกมาก็อยากพูดอยากจะกระทำก็อยากจะำบากรรมใดก็ตามถ้ายังไม่ได้กระทำอยากกระทำอย่าพูดอยากกระทำ。 ถ้ากระทำแล้วเสียเด็ดขาดเพราะว่าเราเกิดมาทุกท่านยังไม่ได้เป็นพระหารตั้งแต่แรกก็อาจจะกระทำบาปกรรมไปได,้,เ,ม,ื,่,อ,ทำไ,ป,แ,ล,้,วก็ต้องรับ,ใ,ห。 ้เด็ดขาด。 คนหนึ่งเมื่อยังไม่กระทำก็อยากกระทำเมื่อยังไม่พูดก็อย่าพูดละอยากพูดออกมาจากใจก็อย่าพูด。 ก็สองถ้าทำไปแล้วปปกกรรมทำไปแล้วก็พูดไปแล้วก็ต้องไลให้เด็ดขาดต่อไปก็ให้เด็ดขาด。 ข้อสาม。 ฝ่ายกุศลใดที่ยังไม่ได้ประพฤติปฏิบัติยังไม่ได้กระทำยังไม่ได้พูดก็ให้ทำให้พูดซะ。 แล้วก็ข้อสี่ฝ่ายกุศลใดที่ทำแล้วอย่าให้เสื่อมมันเจริญขึ้น。 อันนี้ก็เรียกว่าสมประทานสี่อยู่ในโพธปักคธรรมสามสิบเจ็ดประการหรือธรรมานปดาปฏิปฐานในปฏิปทานสี่เป็นธรรม,เ,ค,ร,ื,่,องแ,ห,่,ง,อ,งตัรัสรู้กา,ร,ล,ะบ。 าปกรรม。 ทานก็คือการละบาปกรรมชั่วทางกายวาจาใจจไปถึงใจละไปถึงใจก็หมายถึงว่าการถึงใจและอย่างไรก็คือละไปจถึงแค่จิตที่จะคิดล่วงละเมิดศีลไม่มีเลยโดยเจตนาคิดละเมิดละเมิดศีลโดยเจตนาแล้วจะพูดจะกระทำโดยเจตนาไ。 ม่มี。 สถานตั้งแต่จิตที่คิดจะล่วงละเมิดศิลป์ฝึกไปฝึกไปฝึกไปฝึกไปคันตีประมังติขาคันติเป็นบาททำงานแผเผากเลสอย่างยิ่งอดทนอดการกลใจแล้วครับยับยตั้งใจไม่ให้ไหลไปตามกเลสปัญหาที่ผิดศีลผิดธรรมก็ทนอดทนจนถ。 ึงใจ。 ที่คิดจะล่วงละเมิดศีลคิดขึ้นมาก็เลิกคิดขึ้นมาก็ละเลิกเสียอย่าปล่อยให้พูดให้กระทำออกมาเมื่อที่คิดจะล่วงละเมิดศีลยังไม่มีเลยตั้งแต่ศีลห้า้าไปจนถึงศีลแปดศสิบสสองร้อยยี่สิบเจ็ดก็ที่คิดจะล่วงละเมิดศีลไม่มี。 อันนี้ก็เรียกว่าสีด้านเข้าถึงใจเมื่อศเข้าถึงใจก็เป็นสมาธิสมาธิคือใจมีความสงบระงับจากความเดือดร้อนความบริโภคความวิตกกังวลต่างๆก็จะหมดไปใจก็มีแต่ความสงบระงับเพราะว่ามีแต่ความบริสุทธิ์สดชื่นในบุญกุศลเนี่ยท่านต้องเข้าใจก่อนระดั。 บแรก。 ไม่ใช่ว่า。 ให้ทานหมดเนื้อหมดตัว。 มีเงินเท่าไหร่ก็โดนเขาหลอกว่าทำบุญเท่านี้กี่ล้านกี่ล้านจะได้บรรลุสดาบันทำสิบล้านร้อยล้านจะได้บรรลุพระกราคามีนาคามีทำร้อยล้านพันล้านจะได้บรรลุนาคามีพระอาหารอะไรก็เขาหลอกข้าวต้มทำก็จะหมหมดเนื้อหมดตัวหลายครอบ。 ครัว。 ทำร้ายร่างกายกันก็เพราะว่าเนี่ย。 ไปทำบุญให้ทาน。 ตอนสมัยหลวงตาเป็นผู้รักษาสมัยก่อนนั้นก็เนี่ยฝ่ายผู้หญิงก็ไปปฏิบัติธรรมที่วัดแล้วกลับมาก็ไปออกบัตร,เ,ค,ร,ด,ิ,ต,แ,ล,้,วก,็,ไ,ปซื้อรถฝร,ั,่。 งร,ถๆถวาย。 ถวายพระที่ตัวเองศรัทธา。 แล้วก็เงินก็ไม่มีเงินก็ไม่พอครอบครัวก็ไม่ได้ร่ำรวย。 แล้วก็ตัวเองก็ต้องถอนบัตรบัตรไปที่ที่ที่ตัวเองไปไปซื้อรถถวาย。 กลับมาก็สามีก็เตะกันเขียวหมดเตจนขึ้นไปกิ้งมา。 ก็มาฟ้องมาฟ้องศาลบรรยายฟ้อง。 เออหลวงตารู้จักครอบครัวนี้เพราะว่าเขาขายก๋วยเตี๋ยว。 รายได้ก็แค่ขายก๋วยเตี๋ยวแล้วก็เป็นแค่เพลิงที่ปลูกขึ้นมาบนพื้นดินไม่ได้ร้านใหญ่แต่เนื่องจากว่าเขาทำอร่อยก็ตอนกลางวันก็คณะผู้กษาก็จะไปทานก๋วยเตี๋ยว。 ไปถามก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนี้ก็เลยไปถามเขาวันนั้นน่ะว่าทำไมลูกค้าานเล่นกับพื้นดินทำไมภรรยาไม่มาช่วยขายก๋วยเตี๋ยวเนี่ยขายดีมากเลยคนแน่นร้านหมดอ่ะเจ้าทำอยู่คนเดียวอ่ะแล้วก็ลูกก็ขาานเล่นอยู่พื้นดินกับเพื่อนมอมแมวไปหมดอ่ะแล้วเมียไปไห。 นอ่ะ。 เอาเลยแค่พูดแค่นั้นแหละของขึ้นไปไหนอ่ะไปปฏิบัติธรรมไปปฏิบัติธรรมไปขาวขาวปฏิบัติธรรม。 กลับมาตอนเย็นบ่ายๆฟ้องศาลแล้ว。 เขียวไปหมดเลยมาเลยบัตรเครดิตรูดผฝรั่งถวายล้านบาท。 แล้วก็ตัวเองก็ผ่อนแล้วก็ขายก๋วยเตี๋ยวก็รายได้ก่อนไม่เท่าไหร่。 ฟ้องกัน。 เราก็เรียกมาไกล่เกลี่ยผัวเมีย。 แมเอาเลิกไก่เกลี่ยเท่าไหร่ก็ไม่ยอมก็ยือยากจะเอาเลิกกันได้ไม่ใช่ไปถูกเขาหลอกเอาจนก็ทำบุญให้ทานอะไรจะหมดเนหมดตัวอย่างนั้นนะมันก็หมายถึงว่าบุญกุศลไม่เกิดจากใจบุญกุศลไม่เกิดจากใจให้สละออกทำบุญให้ทานก็เพื่อสละออกสละความโลภความโกรธความหลงสละความขี้งกข。 ี。 ้。 ห。 วง。 ก็สละออกสออกนะเป็นบุญใหญ่นะไม่ใช่ว่าต้องทำมากได้บุญมากคือทำบ่อยถ้าออกบ่อยถ้าไปบ่อยๆใจมันก็จากขี้งกขี้หวงขี้โลกขี้โกรธขี้หลงมันก็ค่อยๆคลายลงใครลงขี้โกรธขี้โกรธก็ให้อภัยให้อภัยอให้อภัยเมตตาให้อภัยไปถือสเมตตาให้อภัยไม่ถือตาค่อยๆเมตตาเมตตาค่อยๆคอยๆค。 ่อยๆเมตตาเมตตาเมตตาเนี่ยคือการให้ทาน。 เมออกจากใจจนถึงใจนะ。 ความโลภความโกรธขี้งกขี้หัวไงก็ค่อยๆค่อยๆค่อยๆลาออกลาออกแล้วออกค่อยๆลาออกทีละน้อยละน้อยแต่บ่อยๆบ่อยมันก็ทำเพื่อให้มันคิดมันชินชินกับการทำบุญให้ทานไม่ใช่ทำที่หมดเนื้อหมดตัวแล้วก็เตการซ้อมกันอย่างนั้นอย่างนี้มันเขาหลอกต้องเอาไปจะไปฝากพุทธเจ้าทีก็ต้。 องทำตั้งกี่ล้านหลายล้านบาท。 จะไปทำพาสปอร์ตไปเฝ้าไปฝพระพุทธเจ้าที่ไหน。 เชื่อแล้วก็ไปทำพาสปอร์ตกันหมดก็ไปคนละหลายล้านเนี่ย。 เอาพระมาโชว์。 เอามาโชว์เอามาคุยกันว่าเพราะอะไรก็พระดูดซพย์ดูดซพย์เนี่ยองค์เท่าไหร่องค์ละห้าแสนแล้จะไปซื้อมากี่องค์ก็ไปซื้อให้ตัวเองซื้อให้สามีซื้อให้พ่อให้แม่ให้พี่ให้น้องซื้อมาหลายองค์หลายองค์ละห้าแสนเป็นเงินกี่ล้านเนี่ยโอ้โหแล้วตั้งแต่ซื้อมาซื้อมานานยังเนี่。 ยซื้อมากันนานแล้วแล้วรุ่นนี้เป็นรุ่นอะไรดูดดูดซดซับแล้วตั้งแต่ซื้อมาได้ดูดซมายังเลยยังไม่ได้ดูดซพย์แต่เขาดูดเอาทรัพย์เจ้าไปหลายล้านแล้วนี่เห็นไหมเนี่ย。 เนี่ยเจ้ายังไม่ได้เลยแต่เขาดูดทรัพย์เจ้าไป。 แต่สุดท้ายอ่ะจะหารู้ไหมว่าเขาดูดเอาสติปัญญาของเจ้าไปด้วยนะเนี่ยดูเอาปัญญาของเจ้าไปด้วยไม่รู้เท่าทันเลยเนี่ยดูเขาหลอกเลยไหมเนี่ยโดนต้มนะส่วนใหญ่เราก็ไม่รู้เท่าทันก็โดนต้มโดนหลอกแบบนี้ถามเนี่ยมันต้องมาจากใจที่บริสุทธิ์ใจที่บริสุทธิ์แม้แต่ทำบุในทาน。 เล็กๆน้อยๆแต่มันเรามีเรามีแค่นั้นน่ะเรามีไม่มากเราก็ทำแต่ใจเราใหญ่。 เราก็ทำให้เนี่ย。 นดูถูกฐานคนอื่นก็ไม่ได้นะทานก็ทำนิดหน่อยทำเหรียญเดียว。 แต่เราดูถูกเขาก็ไม่ได้เหมือนกับในสมัยพุทธกาลน่ะมีเศรษฐีน่ะเป็นเจ้าภาพถวายกฐินพุทธเจ้าตั้งกองกฐินขึ้นมามีโยมคนหนึ่งก็เรียนมาใส่ในฐานเสียงดังเหรียญเดียว。 ก็เจ้าภาพกฐินก็โมหโมหเขาว่าเอาเงินมาใส่เอามาใส่พานแค่เหรียญเดียวเอามาใส่ในขันน่ะแค่เหรียญเดียวแล้วไปจับเหรียญเขากว,้。 างทิ้งไป。 จับเหรียญว่างทิ้งไปก็ใส่เหรียญนึงแต่เขาเขาก็แบบเหรียญนึงของเขาแต่มีค่าสำหรับจิตใจเขามากเขาก็พุธทำบุสังคนที่พานะหเดี๋ยวนี้ด้วยเธอเนี่ยนะเวลาทำบุญให้ทานทำความดีอะไรก็พวกท่านทั้งหลายก็อธิษฐานอธิษฐานใหญ่เลยไม่ใช่อธิษฐานเล็กนะพทธทำโมสังคมที่ผ่านนะพอด。 ีเดี๋ยวนี้ด้วยเธอิน。 อธิษฐานใหญ่เลยอธิษฐานใหญ่นะเอาเหรียญก็ไปขว้างทิ้ง。 เจ้าภาพทถึงเหรียญก็ไปขว้างทิ้ง。 พอถึงข่าววยกกฐินไป。 ไปถวายพระุทธเจ้าพุทธเจ้าไม่รับกถินนั้นว่ากถินนั้นไม่ชอบแล้ว。 ไม่บริสุทธิ์ไม่รักกฐิน。 เอาทำไมพุทธเจ้าไปรับทรัพย์สินก็เอาเหรียญก็ขว้างทิ้งซะแล้ว。 เอาเงินที่เขาทำไปกว้างทิ้ง。 ให้ไปตามเหรียญเอามา。 ถ้าไปตามมาเหรียญมา。 พี่เอาไปกว้างทิ้ง。 ก็พอดีอ่ะ。 โชคดีไปตามอย่าไปตามเจอนะ。 เหรียญที่ขว้างไปต้นโพธิ์ขึ้นเลย。 ขึ้นมาครอบครองมารักษาเหรียญกันไว้。 มาคุ้มครองไว้ไปตกอยู่ที่。 ต้นโพธิ์ที่ต้นโพธิ์ขึ้นมาข้างเหรียญเลย。 อานิสงส์เขาใจใหญ่ละ。 ได้พอเอาเหรียญกลับมาเหรียญเดียวนั่นแหละเอามาใส่พานน่ะ。 พระโลกกับธาตุสะเทือนเรือนอนลั่นนั่นสะเทือนขั่นไหวไปหมดเทพเทวดาอนุโมทนาสาธุการไปหมดเลยเห็นไหมขนาดพวกมหาเศรษฐีพวกอะไรทั้งหลายทำไมเรียนียนเดียวมีค่ามากมายขนาดนี้มันมีค่าต่อใจเขานะมีค่าต่อใจเขาฉะนั้นไม่ใช่ว่าต้องมากแต่มันอยู่ที่ใจมันมากที่ใจนี่แหละม。 ันต้องการที่สุดแล้วมากที่ใจ。 เหมือนนายตุ๊กตาในตุ๊กตาก็ไปให้ทานให้ทานพระมหากษัตริย์สีไปให้ทานถวายทานต่อหน้าพระพุทธเจ้าแต่นายตุ๊กตาเนี่ยผ้าที่ห่มอินเดียเขามีผ้าห่มทไปอีกตัวนึงผ้าห่มนี้ในตุ๊กตากับกับภรรยามีผืนเดียวมีผืนเดียวถ้าในตุ。 ๊กตา。 ผู้ชายผมออกบ้านไปผู้หญิงก็ไม่ได้ออกเพราะผ้ามีผืนเดียวถ้าผู้หญิงออกไปในตุ๊กตาต้องอยู่บ้านผัดกันมีผืนเดียวพุทธเจ้ามาแสดงธรรมก็ไปฟังธรรมสลับกันไปไปฟังธรรมพุทธเจ้าถึงคิวในตุ๊กตาไปฟังธรรมก็ห่มผ้าไปแต่ตัวเองยากจนไม่มีอะไรจะถวายพระพุทธเจ้าคนทั้งหลายเขา。 ก็ถวายกันแต่ในตุ๊กตาไม่มีอะไรจะถวายก็ลำพึงขึ้นมาในใจว่า。 เราเกิดมาตั้งผัวต้องเมียยากจนข้นแค้นแสนสาหัสขนาดนี้ก็เพราะว่าบุญกุศลเก่าเราเราไม่ได้ทำเลยมันก็เลยเราก็เลยยากจนข้นแค้นแสนสาหัสทั้งผัวทั้งเมียอย่างนี้ก็เลย。 ตัดสินใจเอาผ้าที่ผมเนี่ยไปซักไปซักอบรีบอย่างดีเลยแล้วก็มาแล้วเขาหน้ามามาถึงจะถวายละเขาตัวเองจะต้องตัวเองผมไปจะถวายเลยตอนนี้เอาถวายพุทธเจ้าเดินมาแล้วก็มาวางแต่พอจะวางก็นึกถึงว่า。 แล้วคราวหน้าภรรหมาเจเอาที่ไหนผมมาไม่มีของตัวเองก็ไม่มีของภรรยาก็ไม่มีเพราะถวายไปแล้วก็ก็ไม่มีภาพที่จะผมมาฟังทางพุทธเจ้าวางแล้วก็วางไม่ลงวางแล้วก็วางไม่ลงจับวางยกขึ้นยกลงอยู่นั่นแหละวางลงวางลงไม่ได้ตัดสินใจไม่ได้สุดท้ายก็เอากลับ。 บ้าน。 ก็เป็นมาสองสามครั้งครั้งที่สามอ่ะ。 เป็นไงเป็นกัน。 ยากจนนแข้นควรจะ。 มันยากจนคนแค้นที่ใจแล้วมั้งเนี่ย。 ขนาดจะถวายยังไม่ยอมเลยเนี่ยใจยังไม่ยอมมันคงจะไม่ก่อนคงยากจนคน้นแคนขนาดนี้มันไม่ยอมที่ใจเลยตัดใจให้ได้การที่ตัดที่ใจมันเหมือนเรื่องยิ่งใหญ่ว่าเงินกระเป๋าใครทำบุญให้ทานกระเป๋าไปเลยง่ายๆอันนี้มันยังไม่ได้ถึงใจเขาถ。 ึงใจ。 ถใจก็ครั้งครั้งที่สามนี่ก็。 ซักผ้ามาอย่างดีรีบมาอย่างดี。 แล้วก็。 ตัดสินใจว่าเป็นไงเป็นการวันนี้。 จะต้องตัดสินใจตัดใจวางผ้าได้。 ถวายพุทธเจ้าไม่ได้ยากจนนักลำบากมาหลายหลายชาติ。 พอตัดสินใจไปถึงตัดสินใจเลย。 วาง。 ไป。 โลกธาตุสนั่นหวั่นไหวเทพเทวดาอนุโมทนาสาธกานต์ไปหมดเลยพระราชาอยู่ในที่นั้นด้วยุ๊กตานี่ขนาดทำบุญให้ทานแค่มากมายขนาดนี้。 ยังไม่ได้อานิสงส์ขนาดนี้เลยก็ไปกราทูลถามพระพุทธเจ้าว่าทำยังไงคะพุทธเจ้าเนี่ยจะจะจะยิ่งใหญ่ได้บุญกุศลอย่างไร๊กตา。 พระพุทธเจ้าก็ให้ในให้พระราชาได้ร่วมอนุโมทนาบุญกุศลได้มีส่วนร่วมบุญกุศลกับในตุ๊กตาก็จะได้บุญกุศลเหมือนกันเกิดอนุโมทนามัยใจใหญ่ร่วมกันนะอนุโมอนุโมทนาบุญกับเขานะเขาใจใหญ่เราใจใหญ่อนุโมทนาบุญกับเขาไม่ใช่ไปอิจเขาร่วมกับเขาเลยร่วมจริงๆก็ได้บุญได้บุญกุ。 ศลเหมือนกันเป็นบุญใหญ่。 ราชาก็เลยขนทรัพย์สมบัติขนพเงินทองและผ้ามาให้ในตุ๊กตาให้ให้ในตุ๊กตา。 แต่ในตุ๊กตาได้รับ。 จากพระราชามาแล้วได้รับรางวัลจากพระราชามามนนึกลำพึงว่านี่เราแค่ถวายผ้าไปผืนเดียว。 บุญกุศลเกิดทานตาเห็นนะบุญกุศลเกิดทานตาเห็นได้เนี่ยได้รางวัลจากพระราชามากมายบุญอย่างขนาดนี้แค่แค่ใจใหญ่ขนาดนี้ทำไปครั้งเดียวขนาดนี้ยังได้ขนาดนี้เพราะฉะนั้นเนี่ยเราไม่ควรจะเอาของที่ได้จากพระราชามาไว้เองเป็นส่วนตัวถวายพระพุทธเจ้าหม。 ดเลย。 ถวายกันตั้งแต่โลกธาตุ。 สะเทือนนั่นหวั่นไหวเทพเทวดาอนุโมทนาสาธการ。 ราชาตุ๊กตาใจใหญ่มากใจใหญ่มากได้ไปก็ไม่เอาก็ถวายพุทธเจ้ากับพระสาวกวายเป็นสังฆทานนะถ้าถวายเจาะจงได้บุญน้อยถวายพุทธเจ้าเจาะจงอย่างเดียวก็ได้บุญน้อยต้องถวายเป็นสังฆทานนะอะไรก็ถวายเป็นสังฆทานเจาะจงถวายเป็นสังฆฐานเป็นของสง。 ฆ์นะ。 พระราชามาให้อีกแล้วขอร้องขอร้องขอร้องในตุ๊กตาว่าเอาไว้บ้างเอาไว้บ้างเอาไว้เอาไว้เอาภาพเอาไว้บ้างแล้วก็เอาทจริงเงินทองเอาไว้เอาไว้อย่าถวายอีกตุ๊กตาถวายหมดอีก。 ถวายหมดอีกก็โลกภาพาก็เทือนอีกเทด่านโมทนาศาธุการอีกใจใหญ่มากเลยราอ้อนวอนให้ในตุ๊กตาเอาไว้ใช้จนพุทธเจ้าต้องบอกให้ในตุ๊กตาเอาไว้เอาไว้ใช้เอาไว้ใช้ก็เลยต๊กตาก็ยอมส่วนใหญ่ก็จากใจนะขอให้พท่านทานเกิดจ。 ากใจ。 ฐานเกิดจากจ่ายบันทึกเป็นบุญใหญ่นะไม่ใช่ตัวเขาหลอกก็。 เป็นบุญใหญ่。 ฐานต้องเกิดจากใจใจใหญ่ๆ。 แล้วก็ถวายเป็นส่งของส่ง。 สังฐานนะ。 ก็คุยกับท่าน。 อาจารย์มาหาว่าเดี๋ยวตอนเที่ยงแล้วหลวงตาจบแล้วก็จะต้องรีบเดินทางไปให้พวกท่านยกถวายที่หน้าท่านนันะตั้งใจถวายเป็นของสงนะก็ได้บุญกุศลเท่ากันและและท่านคนที่พานะใหญ่แล้วแค่นั้นแหละเดี๋ยวก็ถ้าก็ไม่เอาไปหรอกของที่ท่านถวายทั้งหมดแล้วต่อไปสที่ไหนไม่เคย。 เ。 อา。 ไป。 ลูกตาสอนสอนสอนธรรมเอาคน。 สอนให้คนรเป็นธรรมรัพย์สินเงินทองไม่เคยเอาไป。 ถวายไว้ไปสอนที่ไหนก็เอาไว้ที่นั่นแหละแหละ。 ไม่ได้ไปพถว่าเป็นของส่งวัดนี้ไป。 ให้ชบสกุลไป。 ก็เป็นเข้าใจกับตกลงก็ตามนี้ถวายตรงหน้าท่านนั่นแหละแล้วก็ตั้งใจพูดทั้งหมดทั้งที่ไปประโยก็ได้บุญและบุกุศลใหญ่บุญก็จะใจนะแล้วก็มีท่านนึงแปแปคนนึงจัดกฐินไปถวายหลวงปู่บ้านพ่อแม่ครูบาอาจารย์。 ใหญ่。 พอถวายกฐินเสร็จแล้วก็หลวงปู่บ้านทำเป็นผ้าป่าชักผ้าป่าจะได้บุกุลส่วนใหญ่เป็นเป็นถวายเป็นของสงฆ์บุญใหญ่。 แต่แปะไม่อยู่ไปโดนชมสวนเหมือนเหมือนสวนในวัดที่ว่าร่มรื่นเลยเดินชมสวนบ้านก็จะชักแล้วก็จะให้และก่อน。 บอกว่าทำไมกูต้องรับพรเอามาถวายเองแล้วทำไมกูต้องมารับพรอีก้บุเต็มแล้วกไม่ต้องมารับแล้วเป็นเอามาเอง。 ถวายทานเองไม่รับพรบุญศลเต็มแล้วไม่ต้องไปรับพรอีกญาติโยมพยายามจะให้รับพรจะวงปู่มากเรียนพ่อแม่จยใหญ่ไม,่,ม,า,ไ,ม,่มา,ไ,ด,้,บ,ุญศลเต็มแล้,ว,ถ,าม。 ปู่ว่า。 ไม่ยอมมาบอกว่าได้บุญกุศลเต็มแล้ว。 เป็นอย่างนั้นหรือเปล่าก็เลยให้หลวงปู่บ้านอธิบายหลวงปู่มา่านบอกว่าแปะทำบุญร้อยได้ร้อยเต็มที่เลยขนาดทำบุญได้ทานแล้วยังไม่ได้หวังแม้แต่พอยังไม่อยากได้เลยเป็นบุญสำเร็จแล้วที่ใจบุร้อยเปe rเซ็นต์คนอื่นก็ได้ไ。 ด。 ้。 ล。 ด。 ห。 ย。 ล。 งมา。 ฉนะสมเด็จบุญสำเร็จที่ใจสมดุลพระเจ้ารายใจไปใหญ่ใจเป็นประธานใจเป็นหัวหน้าสำเร็จแล้วที่ใจท่านทำอะไรก็ไม่ว่าจะเป็นทานเป็นศีลเป็นภาวนาก็ต้องให้สำเร็จที่ใจนะให้ถึงใจหมดทานก็ต้องให้ถึงใจศีลก็ต้องให้ถึงใจภาวนาก็ต้องให้ถ。 ึงใจ。 ให้เป็นใจทั้งหมดเลยถึงใจความสุขทั้งหมดก็อยู่ที่ใจไปกเลสปัญหาความทุกข์ทั้งหมดก็เกิดที่ใจบุญกุศลอิ่มิใจก็อยู่ที่ใจถึงใจไม่ว่าจะเป็นทานเป็นศีลเป็นภาวดาก็ต้องให้ถึงใจให้ถึงใจอิ่มเอิดที่ใจให้ทานข้างใดไม่ใช่อยู่ที่จำนวนมากแต่อยู่ที่ใจของท่านใจใหญ่ให้ม。 ันถึงใจถึงใจอิ่มอบที่ไรนึกทีไรอยู่ในใจมันติดอยู่ในจิต。 ยิ่งใหญ่มากยิ่งใหญ่ถึงใจถึงใจเลย。 ใจติดอยู่ในจิตอยู่ในใจ。 ถึงใจ。 นิโยมคนนึงนะ。 คุณยาย。 เราก็สงสัย。 ยายนี่。 ก็ไม่ยอมตายสักที。 จะตายแล้วไงไม่ยอมตาย。 แกกก็เอามือไล่ๆๆก็บอกว่ามีมีพวกจะมามาชวนแกไปเยอะแยะหมดแก็ไล่เพื่อนรอก่อนรอตาก่อนสักักดิ์ก่อนไม่ยอมไปแกไม่ยอมไปแกไม่ยอมไปคนที่อยู่ว่าแกอยู่เนี่ยหมดเลยกลัวตกใจยายก็อยู่ในห้องคนเดียวไม่ม。 ีใคร。 แกบอกว่ามีคนมาชวนก็อยู่เลยมาเต็มไปหมดเลยพยายามจะเอาแกไปให้ได้ก็ไม่ยอมไปแบอกรอก่อนรอเราก่อนเขาเลยตกใจกูก็จะรีบออกนอกประตูปิดประตูอยู่คนเดียวเราไปพวกนี้เขาก็ออกไปอยู่ข้างๆข้างนอกไม่กล้าเข้ามาในห้องแต่ตอนตอนยายสำคัญที่สุดตอนยายท่านจะดั。 บจิต。 แล้วก็แปลกใจ。 ทำไม。 ยาวมานเนี่ยวมานปกติเนี่ยมันก็จะงดงามงดงามมากเลยนะวิมานในสวรรค์นะงดงามมากมีผู้ระย้อยมีอะไรงดงามมากแต่วิมของยายแปลกๆทำไมวิมยายมันแปลกๆมาที่มารับยายนะลอยมาจากสวรรค์มารับยายนะแปลกๆมานี่มันลักษณะคล้ายทำมา。 กพระ。 เหมือนธรรมาสพระธรรมาศ。 มีตั้งค์ไหม。 เหมือนธรรมากพวกเรารู้จักไม่ธรรมาที่พระท่านขึ้นไปเทศมหาชาติประเทศมหาชาติก็จะประดับพวกกระจกกระจกสีกระดับเป็นกระจกอะไรแล้วก็ขึ้นบันไดเป็นทุกๆไปนั่งระดับกระจกสีราคาแพงราคาแพง。 วิบาลของยายเหมือนธรรมาศเหมือนธรรมาตรพระแต่ใหญ่ๆหน่อยใหญ่ๆแล้วก็มีมาตรและย้อย。 แล้วก็สงสัยก็ถามลูกหลานว่าทำไมวิมานที่มารับยายมันเหมือนธรรมาพระเขาก็ถึงแล้วก็เล่าให้ฟังว่ายายเนี่ยเขาไม่ได้มีฐานะมากมายแต่มีที่นาที่นาเยอะเขาก็อุตส่าห์ขายนาแล้วเข้ากรุงเทพฯมาแล้วก็มาเฝ้าให้เขาทำธรรมากไปถวา。 ยพระ。 แบบปลื้มมากเลยแล้วก็ไปกับรถ。 เอาไปถวายเป็นสังฆทานให้พระได้ขึ้นเทศพมหาชาติเทเวสสันดรชาดกปลื้มใจมากมากเลยตัวเองก็ขายนาแล้วก็ให้ถูกใจมากเลยแล้วก็ไปถวายปลื้มใจมากเวลาเทศมหาชาติดรไปนั่งฟัง。 เพราะจะตาย。 พบาปกรรมอะไรคิดไม่ถึงแล้วมันเข้ามาแทรกพม่าก็เลยลอยมาเราก็เลยถึงบอกวิมานของยายมันก็คือพมพระเลยธรรพระนั่นแหละท่านทำบุญกุอะไรนะขอให้ติดนะไว้บาปกรรมจะได้เข้าแทรกไม่ได้บาปกก็ได้นะทานทานสีแล้วก็อันนี้ส่งงยายเขาก็เลยไปสวรรค์เนี่ยไปสว。 รรค์。 แต่ถ้าไปเราไปทำแค่ทสินมันก็ยัง。 บันไดไม่บรรลุตั้งแต่ผดาบาลขึ้นไปยังไม่ได้ละกเลส。 เราก็ต้องลากเลสไปด้วยละละเลเวลาเราให้ทานก็ต้อง。 และความโลภความโกรธความหลงที่ติมานะความถือตัวตื่ตนออกจากใจไปเรื่อยๆ。 มันก็จะตลาดขี้เลสไปพร้อมกันตลาดขเลสไปเรื่อยๆขี้เลสไปเรื่อยๆขี้เลสปัญหาหาไปเรื่อยๆก็ไม่ว่าจะทำให้ทำบุญให้ทานรักษาศีลถึงใจนะทานการรักษาศีลถึงใจใจที่ล่วงละเบิดศีลศินห้าศ8227ไม่มีเลยคิดจะล่วงละเบิดศีลก็ไม่มีใจใจใจก็เลยเป็นสมาธิใจแล้วน้องทและ。 ในสีบริสุทธิ์ในบริสุทธิ์แล้วก็ถึงใจใจก็สงบมันก็ในใจที่สงบในสมาธิในสมาธิจิตใจสงบเพราะใจสงบก็ความสงบเป็นสุขอย่างยิ่งนที่สันติพลังสุขขังสุขใดเหล้าจะเหนือกว่าใจที่สงบเป็นไม่มี。 เมื่อถึงใจใจก็เริ่มสงบความสุข。 ที่ไม่เคยได้เจอในชีวิตมาหลายพบหลายชาติเป็นอนันตการ。 ก็เริ่มถึงใจคือใจที่สงบนั่นเองเป็นสุขอย่างยิ่ง。 สมที่พระเจ้าตรัสณัฐสันติพลังสุขัง。 สุขใดเราจะเหนือกว่าใจที่สงบเป็นไม่มี。 ใจของท่านก็เริ่มพบความสุขใหม่。 ความสุขที่ปราศจากaม。 ไม่ต้องมีอามีเครื่องล่อไม่ต้องมี。 ยศถามบรรดาศักดิ์ตำแหน่งลาบยศไม่ต้องมีความร่ำรวยไม่ต้องมีที่อยู่ที่เลเลิศไม่ต้องมีรถยี่ห้อแพงๆไม่ต้องมีอะไรเป็นเครื่องบำเลอที่มันมากมายแต่สุดท้ายท่านพบความสุขมายที่เป็นความสุขที่เหนือกว่าใดๆก็คือความสุขอันเกิดจากใจที่สะบและก็เป็นส。 มาธิ。 สมาธิแล้วก็。 เมื่อ。 ใจของท่านมีความสงบแล้วความโลภความโกรธความหลงที่ติมานะถือตัวหรือตนที่ทำให้เป็นความทุกข์เดือดร้อนไปด้วยไฟกเลสตันก็ค่อยๆดับมอดลงลงลงใจของท่านก็สงบล่มเย็นมันก็จะเป็นความสงบในควิพัฒณากรรมฐานคือปล่อยวางปล่อยวางความปล่อยวางความไปยึดติดในยึดมั่นถือบ้านด。 ้วยการปล่อยวาง。 ความปล่อยวางปล่อยวาง。 ปล่อยวางความโลภความโกรธความหลงราโทรศัพท์ะโมหะความขี้งกขี้หวงค่อยๆปล่อยวางไปความคิดิดมั่นถือมั่นให้เกิดความทุกข์ค่อยๆปล่อยวางไปเห็นว่าสิ่งไม่อาจยึดมั่นถึงมั่นได้ไม่อาจยึดมั่นถึงมั่。 นได้。 ทุกอย่างเกิดมาแล้วก็ขึ้นอนไปสู่ความแก่ความเจ็บความตายชีวิตทุกชีวิตเกิดมาแล้วก็เคลื่อนไปสู่ความแก่ความเจ็บความตายความพัดภาคตลอดเวลาไม่มีเวลาหยุดพักกาลเวลาย่อมทำลายค่อยๆทำลายชีวิตค่อยๆทำลายความหล่อความสวยความงามของแต่ละคนค่อยๆเคลื่อนไปสู่คว。 า。 มแก่。 วันชราเป็นคนไข้ติดเตียง。 แล้วก็ความตายความพัดผ้า。 ไม่มีผู้ใดอาจต้านทานได้。 ไม่มีผู้ใดเป็นใหญ่เฉพาะตน。 ไม่มีอะไรเป็นตัวเราเป็นของของเราที่แท้จริง。 ไม่มีอะไรเป็นตัวเราเป็นของของเราที่แท้จริง。 ทุกชีวิต。 จำต้องละทิ้งทุกสิ่งไป。 ไม่ว่าจะยากดีมีจน。 ตั้งแต่อย่าจบจนถึงพระราชา。 จำต้องละทิ้ง。 ทุกสิ่งไป。 การที่ท่านเห็นสัจธรรมความจริงอย่างนี้。 ทำให้จิตใจของท่านสงบละเอียด。 เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ。 ยิ่งกว่าสงบในขั้นสมปถะกรรมฐาน。 เป็นขั้นบริกรรมขั้นภาวนา。 แต่ความสงบในความปล่อยวางความคิดิดมากถือมั่น。 เป็นความสงบลึกละเอียดต่อไปไปจนถที่ตดสิ้นความยึดมั่นถึงบ้านเป็นความสงบโดยถาวรนิรันดร์เรียกว่าเป็นความสงบที่เกิดจากความปล่อยวางความสิ้นความคิดิดมากที่วิชาเกเลตประธานเรียกว่านพพาน。 สงบจนถึงที่สุดเป็นความสงบที่เป็นอมตะเป็นอมตะชั่วนิรันดร์การฉะนั้น。 ทำไมอนบภพิกถาตั้งแต่แค่เริ่มต้นด้วยฐานและกระจกด้วยนพพาน。 ก็เพราะเหตุนี้เองคือทานก็ถึงใจ。 ศีลก็ถึงใจ。 สมาธิก็ถึงใจสติปัญญาก็ถึงใจ。 ปล่อยวางก็ปล่อยวางความยึดบ้านถึงบ้านถึงใจที่สิ้นยึดบ้านถึงบ้านความสุขความร่มเย็นก็เกิดขึ้นแก่ใจทุกท่านเพราะฉะนั้นความสงบมันก็มาจากเรียงลำดับมาอย่างนี้ตั้งแต่ทานทานตั้งแต่ละบาประบาปทนให้เกิดที่ที่ยังไม่ได้ทำก็อย。 ่าทำ。 ถ้าทำแล้วก็ละเสียให้ขาดอย่าเอามาติดอยู่ในจิตอย่าเอามาติดไว้ในใจและให้เด็ดขาดแล้วก็เจริญขึ้นไปขึ้นไปขึ้นไปศีลสุดท้ายก็มาถึงศคือที่คิดจะล่วงละเมิดศีลก็ไม่มีศีลก็ถึงใจทำให้ทำบุญไม่ทานอะไรก็ถึงใจที่ใจมีความสุขความสงบล่มเย็นท。 ี่ใจ。 ผ่านมันก็ติดอยู่ที่ใจ。 สีนันท์สบร่มเย็น。 จิที่คิดจะล่วงละเมิดศีลก็ไม่มีสีเงินก็อิ่มอบที่ใจ。 จนถึงสมาธิ。 ปฏิบัติสมาธิไม่ว่าจะเป็นสมาธิที่ท่านปฏิบัติการในรูปแบบอย่างไรไม่ว่าจะเป็นคำปฏิกรรมไม่ว่าจะกำหนดอะไรก็ตามสมาธินั้นก็ถึงใจไม่ว่าท่านจะภาวนาบริกรรมเช่นบริกรรมโต๊ะโโตโตโโโโโโพโตกรรมพูดโก็กบถึงคิดถึงใจไม่ได้กดคมบัง。 ครับ。 ค่อยๆประคองรักษาพุทธโธพุทธธพุทธโธไม่ให้สติขาดไม่ให้สติสัปชญะความรู้สึกตัวพร้อมขาดค่อยๆประคองคำกรรมพตัวด้วยสติสติแปลว่าระลึกได้ระลึกถึงคำบริกรรมโตปชัญะแปลว่าความรู้สึกตัวทัพร้อมบริกรรมด้วยความรู้สึกตัวพร้อมหรือความบริกรรมด้วยความรู้สึกตัวทัพร้อมด。 ้วยด้วยด้วยจิตปืนอยู่เสมอ。 ตื่นตัวอยู่เสมอนั่นแหละเรียกว่าเป็นผู้มีสติมีสติมีสัมปชัญญะก็บริการพเกที่ใจนะเกที่ใจรู้ที่ใจและที่ใจไปวางที่ใจพสังเกดูวิชาเกเลประทานความยึดมั่นดึมั่นด้วยเกเลปัญหาอุปทานความความหึงความหวงความหวงความทุกข์เกเล็ดปัญหาไฟเกเล็ดปัญหาราคาโทรศัพท์ะโลหะแห。 ่งความโลภความโกรธความหลงเผาผลาญจิตใจก็ค่อยๆละออกไปความโกรธความอาฆาตแกนพยาบาลก็ค่อยๆละออกไปเมตตาให้อภั,ย,ไ,ม,่,ถ,ือ,ส,ล,เ,มตตาให้อภ,ั,ย。 ไม่ถือสา。 มัน。 ออกไปสลาออกสออกลาออกแล้วก็บริการพูดโกรธใจรู้ที่ใจและที่ใจละความโลความโกรธความหลงละไปเรื่อยๆละไปเรื่อยๆค่อยๆและที่ใจละที่ใจปล่อยที่ใจว่าที่ใจละที่ใจปล่อยที่ใจว่าที่ใจกลับไปเรื่อยๆมีความโลภมีควา。 มโลภ。 มีราคาเกิดที่ใจก็จะลาออกออกไม่เยื่อใย。 ออกออกมีความโกรธเครื่องอาฆาตแกพยาบาทก็จะออกลาออก。 มีความหลง。 มีความหลงม่อเพอเพลินตาลอยใจลอยเหม่อลเพลินตาลอยใจลอยก็รู้เท่าทันเท่าันสละออกมลเพลินตาลอยใจลอยคิดคงแต่งไปเรื่อยก็รู้เท่าทันไม่อะไรอารมณ์นั้นไม่อะไรความคิดคงแต่งนั้นสละออกทันทีรู้เท่าทันสละทันทีสลัดออกทันทีไม่อะไรอาวรณ์ไม่เยอะใหญ่ไม่ก็สละออกสอดพุทธ。 กเลสกเลสทั้งมวลที่ใจ。 สละความโลภความโกรธความหลงสละราคาะโมหทิติมานะหรือตัวตนค่อยสละออกสละออกสเยอะื่อใหญ่ไว้ลัอาวรกเลสและอารมณ์ใดๆในใจค่อยสละออกไปเรื่อยๆไปเรื่อยๆก็จะบเยไปทั้งวันทั้งคืนนะยืนเดินนั่งนอนเข้านั่งส่วมดื่มกินทำกิจการง。 านใด。 ทั้งวันทั้งคืนกับพโตโปโตโยืนเดินนั่งนอนเข้าห้องน้ำท่วมดื่มกินเดินทางไปไหนไม่ว่าทำกิจการงานใดนอนนอนอยู่นอนไม่หลับก็พูดพูดพูดโตไปเรื่อยไม่ต้องกลัวว่าจะนอนไม่หลับนะนอนไม่หลับก็โทรไปเรื่ยโทรไปเรยไม่ต้องสนใจว่านอนหลับหรือไม่หลับไม่ต้องสนใจว่าจะสงบหรื。 อไม่สงบจะสงบหรือไม่สงบกับพูดโตเรื่อยไปจะนอนหลับหรือไม่นอนหลับกับโตพูดพูดโตไม่ต้องสนใจว่าหลับหรือไม่หลับนะ。 กายเนื้อเนี่ยเขาหลับเอง。 กายเนื้อเนี่ยบางคนบอกว่าบริกรรมและนอนไม่หลับไม่จริงหรอกครับว่าพอเอากล้องติดตั้งกล้องวีดีโอมาถ่าถ่ายทำตัวเองไว้ตัวเองบริกรรมพูดพูดโทรไปเหมือนคนนอนไม่หลับมีสติตื่นรู้อยู่ตลอดเวลาแต่การเนื้อนอนคนๆแต่บอ。 กว่า。 หลับกายเนื้อเขาหลับแต่ธรรมชาติรู้ที่เป็นพุทธธไม่หลับแต่เขาก็ไม่เชื่อไม่เชื่อก็ลองเอากล้องวีดีโอมามาตั้งตั้งอัตโนมัติถ่ายทำตัวเองไว้แล้วก็นอนพุทธุโธไปเรื่อไม่หลับอย่าลืมตานะไม่หลับอย่าลืมตาแล้วก็พุทธุธพุทธรูปที่ใจละที่ใจไปว่าที่ใจรู้ที่ใจละที่ใจไ。 ปว่าที่ใจไปเรื่ยพุทุทนอนไม่หลับก็หลับตาไว้อย่าลืมตา。 แต่พอมาดูย้อนหลังมาดูวีดีโอทีหลังว่านอนโกนๆๆแต่ข้างในยังไม่หลับคือธรรมชาติรู้เป็นพุทธะเนี่ยเขาไม่หลับแล้วก็เป็นอมตะไม่เกิดไม่ตายไม่แตกไม่หลับไม่หลับเขาก็รู้อยู่ยังไงแหละเพราะรู้โดยไม่มีตัวตนของผู้รู้ก็รู้อยู่ว่าผู้โตอยู่พูดตัวพูดตัวพูดโตและในใจเ。 กิดอะไรขึ้นก็ได้แต่สัรู้นั่นแหละคือรู้แล้วปล่อยวางรู้。 อะไรเกิดขึ้นก็สักแต่ว่ารู้ที่ใจอะไรเกิดขึ้นก็แต่ว่ารู้ที่ใจยังไงเรียกว่ารู้ละปล่อยวางรู้ละปล่อยวางที่ใจไม่ใช่ว่าเราไปพยายามกำจัดอะไรนะจะไปพยายามกำจัดพยายามไปกำจัดไปสะกดกบังคับเขาให้เขานิ่งๆเฉยนะมันผิดได้นะเรียกว่าสะกดจิตจจะไปทำแบบนั้นให้รู้ศรู้ร。 ู้ตามความเป็นจริงที่ใจ。 รู้ที่ใจและที่ใจไปวางที่ใจหรือที่ใจและที่ใจไปว่าที่ใจตามความเป็นจริง。 สักแต่ว่ารู้สักแต่ว่าลว่ารู้。 รู้นั่นแหละเรียกว่ารู้ที่ใจรักที่ใจปล่อยวางที่ใจ。 สักแต่ว่ารู้ที่ใจ。 แต่ว่ารู้ที่ใจรู้ที่ใจและที่ใจปล่อยวางที่ใจรู้ที่ใจและที่ใจปล่อยวางที่ใจแต่ว่ารู้นั่นแหละเรียกว่าสักเรียกว่าสักแต่เรียกว่าปล่อยปล่อยวางปล่อยวางปล่อยวางไปเรื่อยๆกายจะหลับไม่หลับไม่ต้องไปกังวลนะจะสงบไม่สงบไม่ต้องกังวลละไปเรื่อยๆก็คือที่ใจรักที่ใจไ。 ปว่าที่ใจแต่ว่ารู้รู้ตามความเป็นจริง。 สงบก็สรู้ไม่สงบก็สรู้。 มันสบายใจก็แต่ว่ารู้ไม่สบายใจก็แต่ว่ารู้。 ก็สรู้ต่อพต่อปนะรู้เรียกว่าไม่หลงติดไฟ。 ไม่ลงงติดไปกับปรแต่งปรแต่งเป็นความรู้สึกและคิดอารมณ์ภายในใจคิดดีคิดด้วยคิดบุญคิดว่าคิดกุศลกุศลคิดเป็นกลางๆก็รู้ไม่หลงติดไปไม่หลงติดไปว่าแต่ว่ารู้ไม่หลงติดไปก็คือไม่หลงลอยตาลอยฟุ้งซ่านไปหลงพุแต่งเบลอยตาลอยฟุ้ซ่าอย่างนี้ไม่เรียกว่าสักรู้นะเรียกว่า。 หลงติดไป。 ไม่หลงติดไปแล้วก็ไม่เข้าใจผิดคือไปกดขบังคับให้เขานิ่งให้เขาเฉยให้เขาไม่คิดอะไรอย่างนั้นเรียกว่าสะกดจิตได้จะไปทำแบบนั้นมันผิดมันผิดก็บางคนชอบทำแบบนี้ไปสะกดจิตให้มันนิ่งมันเฉยไปบีบบังคับไปพแต่งให้มันนิ่งให้มันเฉยไม่ให้มันคิดอะไรอย่างนี้เรียกว่าสะก。 ดจิตแล้วถ้าจะไปทำแบบนี้เพราะว่าหลายคนต้องป่วยทางจิตต้องไปกินยาแล้วครับประสาทเข้าโรงพยาบาลป้าช็อตไฟฟ้ากันมาเยอะแล้,ว。 ทำแบบนี้。 อย่าไปทำแบบนี้นะถ้าสักแต่ว่าว่ารู้สักแต่ว่ารู้ตามความเป็นจริงจะสงบหรือไม่สงบคิดดีคิดด้วยคิดบุคิดบาปคิดคุณตัวกุศลคิดๆก็สักแต่ว่ารู้ด้วยใจสงบโลก่มเย็นแต่ว่ารู้แต่ว่ารู้พุทโธพุทธโธพุทธโธพุทธโธพุทธโธพุทธโธพุทธโธพุทธธพุทธโธยืนเดินนั่งนอนเข้าหน้ำร่วมเ。 ดื่มกินเดินทางไปไหนทำกิจการงานใดแล้วก็นอนไม่หลับกับพุธพุทธธพุทธตัวพุทธโธเรื่ไปจะสงบหรือไม่สงบจะคิดดีคิดคิดบนคิดว่าคิดกุศลก็แต่ว่ารู้พรู้พอรู้คือไม่หลงติดไปไม่เหมือนลอยขาดสติหลงคือ。 เบลอยติดไปติดไปกับความคิดอารมณ์แล้วก็ไม่ไปกดกบมาคับให้เขานิ่งเฉยไม่คิดอะไรนะแล้วก็ไม่หนีนะไม่หนีหนึ่งไม่หลงติดไป2ไม่กดกบังคับให้นิ่งเฉยๆสามไม่หนีหนีหมายถึงว่าไม่รู้เรื่องภายในใจว่าตัวเองใจเป็นยังไงภายในใจนี้จะเอาจะใจสบายเพราะมันไปสบายก็หนีไปเล่นโทรศัพท์มือถือนี้ไปทำกิจกรรมนี้ไปทำไปทำครัวไปไปถูบ。 ้านไปซักผ้าหนีไปช้อปปิ้งหนีไปหาอะไรกินหนีไปหาเพื่อนคุยหนีไปโทรศัพท์คุยกับคนนั้นคนนี้หนีอย่างนี้หนีทั้งวันนะมันไม่เป็นความจริงนะอย่างจะหนีนะพวกปฏิบัติธรรมส่วนใหญ่หนีจัดรุ่น่นจัดนี่จัดนั้นจัด。 นั้น。 อายุตั้งเจ็ดสิบแป09้าสิบจัดบ้านหลังเดียวจัดให้เสร็จจัดอยู่นั่นในวันนี้วางตรงนั้นเอาตรงนั้นวางตรงนี้ตรงนี้วางตรงนั้นเพราะอะไรถ้าไม่ทำแบบนี้ไม่ชีวิตไม่รู้จะอยู่อย่างไรหลอกตัวเองไปวันๆจัดบ้านไปวันๆบ้านหลังเดียวจัดมาตลอดชีวิตจัดไม่เสร็จหลอกตัวเองไปวันๆขาดใครก็ไม่ได้เหมือนกับมีความสุขแต่ขาดสามีสามีอ。 ยากไปเลิกล้างไปหรือไม่กลับมาก็ู้อยู่กับลูกกับหลานมันมีความสุขดีทำไมหลวงตาบอกว่าเป็นทุกข์ไม่เห็นจะทุกข์อะไรเลยแต่พอลูกไม่อยู่ลูกหนีไปต่างประเทศไม่โทรศัพท์กลับมาเอาลูกไปไหนก็ไม่รู้มารู้อีกทีลูกไปต่างประเทศแล้วซึมเศร้าเลยซึมเศร้าเศร้าหอยเหงาซึมเศร้าชีวิ。 ตขาดคนอื่นไม่ได้เลยขาดอะไรไม่ได้อย่างนี้มันไม่ใช่ทำไม่ใช่ทำอันนี้มันหลอกตัวเองไปวันๆนึงนะหลอกตัวเองไปวันๆ。 ท่านจะต้องอยู่กับใจของตัวเองให้ได้อยู่กับพุทธพุทธธพุทธธแล้วก็รู้ศตวรู้ที่ใจอยู่ที่ใจท่านต้องนึกอยู่เสมอว่าวันหนึ่งท่านต้องเป็นคนไข้ติดเตียงท่านต้องเป็นคนไข้ติดเตียงเมื่อนั้นเนี่ยเมื่อท่านเป็นคนไข้ติดเตียงโทรทัศน์ก็เข้ามาให้ดูวิทยุก็ไม่ให้ฟังหนัง。 สือพิมพ์ก็ไม่อ่านแล้วก็โทรศัพท์มือถือก็ก็ไม่ให้เล่นท่านอยู่ในห้องไอcียู。 เป็นคนไข้ติดเตียง。 ถ้าลองคิดดูสิท่านนอนอยู่คนเดียวคนเฝ้าท่านมีสามีมีภรรยามีลูกมีหลานมีญาติพี่น้องท่านห่วงมากหมาแมวท่านก็ห่วงจะให้เขาเอามาให้ให้ท่านเล่นให้ท่านเอามาอยู่ข้างเคียงท่านตลอดเวลาเขาก็ไม่ให้เฝ้าเพราะมันอยู่icu。 แล้วก็เป็นคนไข้ติดเตียงแล้วท่านจะอยู่อย่างไร。 ถึงตอนนั้นถ้าจะอยู่ยังไงถ้าต้องถามตัวเองอย่างนี้อยู่เสมอว่า。 ท่านจะอยู่อย่างไรอ่ะท่านไม่เคยอยู่กับใจของตัวเองเลย。 ท่านหลอกตัวเองไปวันๆนึง。 หลอกตัวเองไปวันๆนึงอยู่กับผัวอยู่กับเมียก็สุขใจดีอยู่กับคนนู้นคนนี้ก็สุขใจดีอยู่กับลูกกับหลานก็สุขใจอยู่กับหมากับแมวก็สุขใจดีอยู่กับบ้านก็จัดบ้านสักวันจัดจนจะแกก่ท่าจนตายไปก็จัดไม่เสร็จสะสมสมบัติบ้าไว้เต็มเลยในบ้านเพราะตายแล้วไม่ได้มีของมีค่าอะไ。 รเลยมีแต่สมบัติรองเท้าไม่รู้กี่คู่ไอ้ที่เครื่องครผมอ่ะไอ้ที่มันครผมโบเบอร์เลยก็ไม่รู้ไม่รู้มีเท่าไหร่ไปหมดเลยเสื้อ,ผ,้,ากระเป๋าไปหม,ด。 ทำของใช้。 แหวนไว้เต็มหมดเลยทั้งชั้นบนชั้นล่างพอตายแล้วก็เขาก็ให้หลวงตาญาติพี่น้องนะก็ให้หลวงตาไปเป็นสักขีพยานญาติพี่น้องมากองรวมมารวมกันเอาของมากองจะทำยังไงของมันเยอะมากเลยทั้งชั้นบนชั้นล่างเสื้อผ้าคนเดียวมีตั้ง2ชั้น2ชั้นเต็มไปหมดเลยอ่ะเราบอกเอาอย่างนี้เอาทุกอย่างมากองรวมกลางบ้าน。 แล้วก็ญาติพี่น้องมาอยู่ลมรวมกันเลยใครจะเอาอะไรบอกมา。 แล้วก็ควอนุญาตไหมขออนุญาตก็แบ่งไปแบก็ไปแบ่งก็ไปหมด。 สุดท้ายสมบัติป้าก็ไม่ได้ไม่ได้เลยตัวเองตายไปไม่ได้เลยเลย。 ขี้งกขี้หวงไว้บุญภูทนก็ไม่ได้ทำ。 เนี่ย。 กที่หวงไว้อย่างเดียวนี่อำนาจทุกสารมากเลย。 แทนที่จะ。 สร้างบุญกุศลไว้ให้แก่ตัวเองก็ไม่ทราบขงกขี้ห่วงไว้ว่าตายแล้วก็กลายเป็นสมบัติว่าเป็นสมบัติว่าไม่มีใครอยากได้นะเต็มไปหมดเลยสมบัติว่าบริจาคจคมันเยอะแยะมากมายเสื้อมันก็เก่าวโบราณแล้วเขาก็ไม่อยากได้กันเนี่ยของเต็มไปหมดแล้วก็ไปบริจาคบริจาคบริจาคเขาไม่อ。 ยากมีใครเอาเป็นของเก่าโบราณแล้วบางก็หมดอายุไปหมดแล้ว。 ไปหมดเลยบางคนเนี่ยไปเปิดตู้เย็นทีนะในตู้เย็นอ่ะไปหมดเลยนะไม่เคยบริจาคออกไปเลยอ่ะแล้วก็ไปกินสักทีคิดว่าเดี๋ยวจะจะกินเดี๋ยวจะกินแต่ไปเก็บอยู่ชั้นในข้างในไปเปิดข้างในหรือออกมาข้างในมันหมดอายุไปแล้วมันหมดอายุไปไม่รู้กอย่างแล้วไม่เคยบริจาคไม่เคยออกมา。 กินแต่จะแต่มันหมดอายุไปไม่รู้เท่าไหร่แล้วแล้วก็เสื้อผ้าไม่บริจาคสไม่ได้บริจาคไม่ได้เอาไปให้ทานสักที。 จะใส่ใส่ชุดนี้มาสวยสวยจะใส่。 ถ้าลองคิดดูสองปีก็ไม่เคยใส่สามปีก็ไม่เคยใส่แต่คิดว่าชุดนี้สวยเดี๋ยวจะใส่ไม่ใส่แล้วสามปีแล้วสามปีไม่ใส่บริจาคไปเถอะจากออกจคออกให้มันมีความสุขความสบายใจบริจาคความโลภความโกรธความหลงสละความโลภความโกรธความหลออกจากใจไม่รู้กี่คู่จนกระทั่งมันหมด。 อายุ。 พอจะมาใส่มันก็ยาวมาเสียแล้วไง。 มันหมดสภาพแล้วเดินไม่กี่ทียาก็รอดแล้วหลุดออกอีกแล้วอยู่นั่นแหละมาใส่แล้วหลุดแล้วใช้ไม่ได้หรอกเก็บไว้เต็มตู้คุณผู้หญิงของคุณผู้หญิงเยอะส่วนใหญ่ผู้หญิงทั้งนั้นเลยหมดเลยเนี่ยเราเห็นแต่ละบ้านตายแล้วก็สุดท้ายไปกองขยะต้องขนมาเผาที่เหลือก็เผามาเผาอะไรเ。 ก็บอะไรไว้เต็มไปหมดเรียกสมบัติว่าไม่มีอะไรเลยทุกอย่างขี้ขี้หงไว้หมด。 ขี้งกขี้หงขี้ห่วงขี้กขี้หงขี้ห่วงมีแต่ความโลภความโกรธความหลงมีแต่ความทุกข์นะแววตาฝ้าฟางลงไปเรื่อยๆหมองคล้ำน่าสงสารมากเลยชีวิตเนี่ยท่านคิดว่าท่านอยู่คนเดียวได้ไหมถ้าจะอยู่ยังไงเมื่อท่านก็อยู่คนเดียวถ้าจะอยู่ยังไงอ่ะถ้าอยู่กับอะไรอ่ะถ้าจะอยู่กับทำ。 นะที่กับทำเรากับทำไปไหนกับไปกับธรรมอยู่กับธรรมและตายไปกับธรรมที่เป็นความยึดมั่นถือมั่น。 เป็นธรรมที่สิ้นความปลแต่งเป็นทำให้เกิดไม่ตายนะจะอยู่กับธรรมที่ไม่เกิดไม่ตายใจนั่นแหละใจแท้ใจบริสุทธิ์เป็นทำให้เกิดไม่ตายเป็นทำให้เกิดไม่ตายไม่แตกไม่ดับไม่อาจถูกทำลายได้ต้องอยู่กับทำกินกับทำนอนกับทำทำให้เกิดไม่ตายก็เกิดจากการที่สิ้นกิเลสปัญหาด้วย。 การที่สลาากกเลสปัญหาออกจากใจสลาออกสลาออกสลาออกลาออกหมดแล้วก็จะถึงทำที่ไม่เกิดไม่ตายไม่แตกไม่ดับไม่อาจถูกทำลายได้เร,ี,ย,กว่าหรืออมตธ,า。 ตอมตธรรม。 ก็ต้องอยู่กับทำให้เกิดไม่ตาย。 พี่จารณาดูที่ใจบริกรรมหรือกำหนดอะไรก็ต้องดูกำหนดที่กายว่าถ้าจะมีอะไรยึดยึดถือค้างคาแค้นเครื่องผูกใจเจ็บอาฆาตพยาบาทไว้ในใจถ้าจะเก็บอะไรไว้มากมายก่ายกองเป็นขยะขยะอะไรเราในใจของท่านไม่มีประโยชน์อะไรเลยติดด้วยความรักความช้างความแค้นเคืองค้างคาผูกใจเ。 จ็บอาฆาตพยาบาทไม่รู้อะไรเก็บไว้หมดเนี่ย。 มี。 จะยกตัวอย่างดีไหมก็ยกตัวอย่างก็ขออนุญาต。 แม่ชีท่านนี้เอามา。 เป็นตัวอย่างเนี่ย。 เป็นตัวอย่างนะเพื่อสอนทำไม่ได้ไม่ได้ไปว่าท่านนะคือเอามาเป็นตัวอย่างขออนุญาตอายุไม่คิดก็แปดสิบกว่าแล้วเก้าสิบจะเก้าสิบแล้วแต่สิ่งที่แกะอยู่ในจิตไม่ออกไม่ออกมันติดอยู่ในจิตอยู่นั่นแหละคือติดมันติดอยู่ในจิตเจ้าตัวก็พยายามมันไม่มีอะไรเลยบวชมากับเป็น。 พ่อแม่ครูบาอาจารย์ก็เป็นพระหันต์เป็นพ่อแม่ครูอาจารย์หลวงตาเองด้วยซ้ำไปพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านเป็นพ่อแม่ครอาจารย์หล。 วงตาด้วย。 ไม่อยากเอ่ยชื่อท่านเป็นก็แม่ก็จะเป็นต้องไปเล่าเรื่องบัญชี。 เดี๋ยวจะไปพาดพิง。 ก็คือท่านก็ติดอยู่ในจิต。 คือ。 พ่อแม่ครูบาอาจารย์ก็เป็นพระอาหารนเป็นเป็นเป็นพ่อแม่ของอาจารย์หลวงตา。 แล้วก็。 ติดอยู่ในจิตเอามันเอาไม่ออกปรึกษาหลวงตาน้อยใจแม่แม่น้อยใจเรื่องอะไรน้อยใจไม่มีเรื่องอะไรติดอยู่ในในบวชมานานแล้ว。 แต่น้อยใจอยู่เรื่องนึงจะได้คิดเอาไม่ออกแกะไม่ออกให้ลูกตาช่วยแกะ。 แม่ไม่ให้กินนม。 แม่ไม่ให้กินนม。 แม่ไม่ดูดมตั้งแต่เมื่อไหร่ตั้งแต่เด็กๆแม่ไม่ให้ดูดนมตอนนั้นน่ะอยู่นมอยากกินนมแม่แต่แม่ไม่กินนมเพราะว่าตอนนั้นแม่กูจะยุ่งอะไรก็ไม่รู้ไม่ได้ให้กินนมแล้วบอกว่าเขาอื่นแม่กินไหมให้กินอยู่ข้างนึงอยู่ข้างนึงในชีวิตจำได้แม่ไม่ให้ก。 ินนม。 ครั้งเดียวเลยนะแล้วก็ชีวิตตลอดมาไม่ได้ว่ากินนไม่ได้กินนมนะแล้วตายนะตายเมื่อไหร่วที่อยู่กับพ่อแม่ของอาจารย์ลูกตายเป็นด้วยเนี่ยตายเมื่อไหร่อ่ะแม่อยู่ไหมตัวเองแปดสิบเกสิบแล้วแม่ตายไปหลายปีแล้วหลายสิบปีแล้วแม่ตายไปหลายส。 ิบปี。 แผนที่ตัวเองอ่ะติดตใจอ่ะจะว่างเปล่าไปด้วยกเลสปัญหาแต่ความยึดมั่นหรือมากแต่แกะไม่หลุดเลยแค่นี้อยู่กับพระรหัแท้ๆสุดท้ายติดอยู่ในจิตแกะไม่ออกลูกตาพูดยังไงไม่พูดยังไงตรงไหนก็แค้นแค้นแม่ที่ไม่ให้ดูดนมแคอันนี้หลายสิบปีมากแล้วสุดท้ายก็มันก็จะตาย。 ไ。 ปกับ。 ความแค่นี้。 ประโยชน์อะไรเลย。 มีประโยชน์。 แต่คนที่บยึดไว้。 เราเห็นว่ามีประโยชน์แต่ตัวเขาเองอ่ะวามัน。 แกน。 จะพูดยังไงก็ตามแม่มีคุณอนันต์ขนาดไหน。 เราอุตส่าห์มาบวชชีกับตหลดได้ก็ต้องนึกถึงคุณท่านไม่งั้นเราจะได้มา。 มาบวช。 มาอยู่กับหลานได้หรือจะมีมีแม่เลี้ยงดูมาแล้วก็ก็ตายไปตั้งนานแล้วถ้าไปกินครับถังขยะแล้วก็ตายไปแล้วนี่ท่านเลี้ยงดูมาจนกระทั่งเติบโตอย่างนี้มันน่าจะเห็นคุณท่านสารพัดจนเหนื่อยคไม่ไหวพูดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมไม่ยอมไม่ยอมเอาไปก็ทำใครกับมันมันไม่รู้แล้วก็หลาย。 คนก็ติดไม่ยอมไม่ยอมไม่ยอมอะไรไม่ยอมอะไรพูดเท่าไหร่ก็ไก่เกลี่ยเท่าไหร่ไม่ไก่เกลี่ยไว้ให้ปล่อยอะไรไม่ได้อย่าพูดแบบนี้พยายามพูดให้อุบายทุกอย่าง。 ไม่ยอมอย่างเดียวยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมไม่ยอมแค้นไม่ยอมให้อภัยก็ไม่รู้จะทำยังไงพูดอะไรก็ร้องไห้ร้องไห้ร้องไห้เรื่องเล็กๆน้อยๆน้อยไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยแต่ก็แต่สำหรับเขาก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากก็ไม่รู้จะทำยังไงแบบนี้ก็ยากเหมือนกันเรียกว่าไม่ได้。 ให้ทานทานออกออกออก。 ความโลภความโกรธความหลงความเหนื่อยราฆโทรศัพท์ะมหาความแค้นเครื่องผูกใจเจ็บอาฆาตพยาบาทอะไรก็ไม่ได้หรอมันเป็นสมมุติชั่วคราวก็ต้องจากกันไปเป็นสมุดชั่วคราวสามีภรรยาก็เป็นสมมุติชั่วคราวพ่อแม่พี่น้องลูกหลานก็เป็นสมมุติชั่วคราวเดี๋ยวก็ต้องจากกันไปเดี๋ยวก。 ็ต้องจากกันไปมันไม่มันไม่ใช่ต้องมาอยู่กันอย่างนั้นตลอดไปหรอกเดี๋ยวก็พอตายแล้วก็ไปเป็นไปเป็นสามีภรรยาของคนอื่นไปเป็นพ่อแม่พี่น้องลูกหลานของคนอื่นต่อไป。 มันทำไมต้องแข้นเครื่องค้างคาพไปเจ็บคาพวก。 อย่างนี้มันก็เดี๋ยวก็ต้องจากกันแล้วไปแค่สมมุติชั่วคราวสมมุติชั่วคราวเมื่อไหร่ท่านลงแ่ใจเป็นสมมุติแล้วก็จะพบพี่มุฒิคือทำให้เกิดไม่ตายแล้วมันของยิ่งใหญ่กว่ามหาศาลคือนพพานแต่ท่านไม่เอาถ้าไปเอาไอ้ของเล็กๆน้อยมันติดอยู่ในชีวิตมันไม่คุ้มค่ากันเลยไม่คุ。 ้มค่าเนี่ยถ้าต้องเห็นว่าอะไรมันยิ่งใหญ่มันสาระสำคัญมากกว่าไอสิ่งที่มันมัน。 เล็กๆน้อยน้อยแล้วติดค้างความรักความชังแข้งเคืองภูมิใจเจ็บอาฆาตพยาบาทและเสียเสียปล่อยวางเสียแล้วท่านจะพบทำให้เก。 ิดไม่ตาย。 ค่อยๆพุโตพุทธตพุทธตพโตพโตพโตพโตพโตพโตพโตโตพโตและละที่ใจไปว่าที่ใจละที่ใจไปว่าที่ใจละที่ใจไปว่าที่ใจละความโลกความโกรธความหลงละโมหาที่ติมาละถือตัวถือตนค่อยๆละที่ใจละที่ใจออกไปปล่อยวางออกไปไม่ใช่เราทุกคนเกิดมาแล้วมันจะได้เรื่องที่ได้ที่ถูกใจทุกอย่า。 งหรอกไม่มีหรอก。 ประสบความจริงที่ถูกใจทุกอย่างไม่มี。 โดยเฉพาะจิตใจเราเองก็ยังไม่ถูกใจเราเองเลยใช่ไหม。 จิตใจเราเองก็ยังไม่ถูกใจเราเองเลย。 ที่ร่างกายเราเดี๋ยวก็เจ็บป่วยอย่างนั้นเจ็บป่วยอย่างนี้ก็ยังไม่ถูกใจเราเองเลยเราอย่าว่าแต่คนอื่นทำให้เราไม่ถูกใจนะร่างกายเราเองก็ทำให้เราไม่ถูกใจแล้วก็ก็เจ็บป่วยออกเป็นู่นเป็นนี่แหละเดี๋。 ยวก็。 ดีตใจเราเองก็มันก็ทำให้เราไม่ถูกใจเราเองแล้วก็ไม่สบายหรืออยู่ก็ไม่สบายใจแล้วก็ก็อยู่ไม่สบายใจมันไม่สบายใจตลอดเวลานะมันก็ไม่สบายใจแล้วก็ก็ไม่สบายใจอย่างนี้มันก็จะเอาแต่สบายใจจะเอาถูกใจถูกใจเราอย่างเดียวไม่มีหรไม่มีที่จะถูกใจอย่างเดียวที่สบายใจอย่。 างเดียวไม่มีหรอกมันก็ต้องแนนะ。 ถูกใจที่พ่อแม่กูอาจารย์ลูกตาฉันว่าถูกใจก็เอาไม่ถูกใจก็เอาสงบก็เอาไม่สงบก็เอาเอากันแหละแต่อย่างนี้ถูกขสงบเย็นดีก็เอาไม่ถูกก็เอาทุกก็เอาไม่ถูกก็เอาสบายใจก็เอาแหละไม่สบายใจก็เอาเอากันแหละยอมรับเอายอมรับตามความเป็นจริงจะหาผู้ทยาานทัศนะหาผู้ทยาานทัศน。 ะยอมรับตามความเป็นจริง。 มันก็จะเป็นประตูเก้าวข้ามโลกไปทุกปนพพานนะเนี่ย。 ยภทยานทัศนะทางของพระทยาเจ้าทั้งหลายธรรมของพระเจ้าทั้งหลายเรียงลำดับก็คือยพทยาทัศนะนพิทลาวิมนพพานก็คือทางของพระเจทั้งหลายพระเจริยพุทยณต้องคค่อยยอมรับตามความเป็นจริงว่าทุกสรรพสิ่งรวไปเท。 ี่ยง。 เคลื่อนไปสู่ความแก่ความเจ็บความตายความพัดภาคตลอดเวลาไม่มีเวลาหยุดพักทุกชีวิตเกิดขึ้นมาแล้วทุกชีวิตเกิดขึ้นมาแล้วเหมือนกับไฟเทียนที่ถูกขึ้นมาแล้วเหมือนกับไฟเทียนที่ถูกจุดขึ้นมา。 เมื่อไฟเทียนถูกจุดขึ้นมาแล้วก็ย่อมละลายแท่งเทียนตลอดเวลาถ้าจะพิจารณาจะทำความจริงหรือไม่พิจารณาแต่ทุกชีวิตที่เริ่มเกิดขึ้นมาแล้วก็ก็เหมือนไฟเทียนที่ถูกจุดขึ้นมาแล้วก็ย่อมละลายแท่งเทียนตลอด。 เวลา。 กาลเวลาก็ทำให้ท่านค่อยๆแก่ค่อยๆกลายเป็นคนแก่คนเจ็บคนชราคนไข้ติดเตียงและคนตายตลอดเวลาไม่มีเวลาหยุดพัก。 ไม่ทันจะหวนคืนถอยหลังกลับไปก็ไม่ได้มันเลยมาแล้วก็เลยไปเลยแล้วที่สุดก็จบลงด้วยความตายความพัดภาคทุกชีวิตไม่มีอะไรเป็นของของเราที่แท้จริงไม่มีใครเป็นใหญ่เฉพาะตนไม่มีผู้ใดอาจต้านทานสัจธรรมความจริงของจังทุกขังอนัต。 าได้。 ต้องพิจารณาความจริงอันนี้ยภาพูดทยานอาทัศนะจนใจยอมรับตามความเป็นจริงเมื่อท่านบริกรรมพุทธธพุทธพุทธพุทธพุโธจิตใจสงบแล้วก็เมื่อจิตใจสงบแล้วก็ให้พิจารณาถึงสัจจะธรรมความจริงของความเกิดความแก่ความเจ็บความตาย。 เป็นอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาไม่มีเวลาหยุดพักไม่มีผู้ใดเป็นใหญ่เฉพาะตนไม่มีผู้ใดอาจต้านทานได้ไม่มีอะไรเป็นตัวเราเป็นของของเราที่แท้จริงมันพิจารณาต่อเนื่องไม่ขาดสายในร่างกายจิตใจของเราและผู้อื่นก็เป็นอย่างเช่นเดียวกันตั้งแต่ยาจบจนถึงพระราชาก็ไม่มีผู้ใ。 ดอาจต้านอาหารได้。 ไม่มีอะไรเป็นของเราที่แท้จริงไม่ว่าลาภยศตำแหน่งครอบครัวสมบัติมาตรฐานต่างๆไม่มีอะไรเป็นของเราที่แท้จริงสมบัติผัดกระจมสมบัติของโลกต้องพัดภาคไป。 มันพิจารณาอย่างนี้ทุกวันทุกคืนทุกวันทุกคืนทุกวันทุกคืนจะต่อเรื่องไม่กล้าสายให้ลงแกก่ใจหัวใจสงบแล้วอย่าติดดิ่งอยู่ต,ร。 งความสงบ。 เมื่อใจสงบแล้วอย่าติดนิ่งอยู่ด้วยความสงบเมื่อใจสงบแล้วมันให้พิจารณาจะทำความจริในนี้จังทุกอย่างอนัตาความแก่ความความเสื่อมความแก่ความเจ็บความตายความพัดภาคที่เคลื่อนไปสู่ตลอดเวลาเคลื่อนไปสู่ความแก่ความเจ็บความตลอดเวลาไม่มีเวลาหยุดพักไม่มีผู้ใดอาจต้。 านทานได้ไม่มีผู้ใดเป็นใหญ่เฉพาะตนต้องมาพิจารณาอย่างนี้ความตายจะเข้มาเยือนแล้วท่านยังมัประมาทอยู่。 อยากบัวประมาทอยู่ก็มันสอนตัวเอง。 ยังบประมาทอยู่ใจยังไม่ไม่ละไม่ปล่อยไม่วางความยึดมั่นหรือมั่นไม่ละไม่ปล่อยไม่วางความโลภความโกรธความหลงที่ิติมานะก็ค่อยๆปล่อยวางปล่อยวางก็เพราะว่าเห็นว่าที่สุดเราต้องพัดผ้าคจากทุกสิ่งไปและพัดผ้าจากร่างกายใหญ่นี้ด้วยไม่ใช่พัดผ้าอย่างอื่นอย่างเดียวส。 ุดท้ายต้องพัดผ้าจากตัวเรานี่เอง。 ตัวเราของเราหาใช่เป็นสิ่งที่เที่ยงที่มีอยู่จริงไม่。 เป็นสิ่งที่มันไม่เที่ยวยงไม่ได้มีตัวตนที่เที่ยงแท้อยู่จริง。 เป็นเพียงแค่สิ่งสมมุติและเคลื่อนไปสู่ความดับตลอดเวลาตลอดเวลาไม่มีเวลาหยุดพัก。 พวกท่านทั้งหลายเมื่อใจไม่สงบก็บริกรรมคืนเมื่อใจไม่สงบก็บริกรรมพุทพพพแล้วจะไปอยากได้ความสงบสงบหรือไม่สงบก็บริกรรมไปเรื่อยพุทธพุพธที่ใจและที่ใจไปว่าที่ใจพุทธุพพุพุพุเดินนอนเข้าน้ำเดินทางไปไหนมาไหนทำกิจการงานใดนอนไม่หลับกับพุทธุพโภุพุพธที่ใจและที่ใ。 จไปวันที่ใจ。 พุทธพุทธพุทธพุทธพุทธโิใจและที่ใจไปว่าที่ใจ。 ไม่ว่าจะเกิดขึ้นสภาวะอะไรในร่างกายจิตใจ。 ของเรานะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานนี้นิยมผู้ชายอยู่คนนึง。 ลูกตาบาปพอดีเขามากราบ。 มากราบในโบสถ์。 ผู้ชายหนุ่มคนนึงอ่ะมาหรือเปล่าไม่รู้วันนี้。 ผู้ชายชาหนุ่มๆคนมากราบได้โบสถ์。 มีคนไปบอกเขาบอกว่า。 มี。 หลวงตามาอยู่ที่กุฏิ。 จะมาแสดงธรรมวันนี้เขาเลยขอเข้าพบ。 ก็พบแล้วก็เขา。 มาบอกเรื่องที่เขาภาวนา。 บอกเรื่องเขาว่านะว่าเขาหายลมหายใจเข้ารู้ลมหายใจออกลมหายใจเข้าลมหายใจออกรู้ไปรู้ๆไปอ่ะก็ไม่ได้คิดอะไรไม่ได้อยากหวังอะไรเพราะเขาเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายมารู้ทีหลังแล้วอ่ะถ้าเดินออกมาแล้วเข้าไปไปแล้วมากระซว่าโยมผู้ชายหนุ่มที่มาหาลูกวงตาเมื่อวานนี้เป็น。 มะเร็งระยะสุดท้าย。 ยังหนุ่มๆอยู่เลยอายุยังน้อยอยู่เลยเป็นระระยะสุดท้าย。 เขาก็มาบอกว่ารู้เราไม่้ใจขาออกแล้ว。 ไม่รู้จะทำอะไรอ่ะเขาเป็นมะเร็งยะสุดท้ายเขาก็。 มานั่งที่หน้าพระประธานในโบสถ์แล้ว。 เขาก็。 บ้างไปแล้วก็รู้แล้วไม่แกก็รู้แล้วไม่แกออกแล้วอยู่ๆก็ตายก็คิดมันแย่กว่าจากกัน。 ตายกับจิตมันแยกออกจากกัน。 เขาเห็นว่าคิดไม่ใช่กายกายไม่ใช่จิตแล้วอยู่ๆเวนาเขาปวดว่าร่างกายนั่งนานตั้งนานเวทนาก็ปวดแล้วอยู่เวทนากับกายก็แย่ออกจากกันอีกเลยแยกรกายเวทนาแล้วก็จิก。 แยกการแยกเวทนาแยกติดออกก็เลยสงบ。 ลงไปแล้วก็เงียบออกสกัดกว้างเปล่าไปเลย。 แล้วก็ทำอะไรไม่ถูก。 ทำอะไรไม่ถูกก็อยู่ในเงียบสงบว่าไปอยู่นานแล้วก็ไปตอบไม่ได้เพราะมีใครสอนว่าจะทำยังไงต่อไปแล้วก็เขาก็อยากได้อยู่เงกัดหลังจากนั้นก็ค่อยๆคือตัวมาเป็นปกติคือตัวเป็นปกติแล้วก็เขาก็พยายามจะอยา。 กได้。 เก่าพยายามจะให้มันเป็นอย่างเก่าแยกกายแยกเวทนาแยกจิแล้วก็ใจก็สงบไปเลยไม่มีกายไม่มีการไม่มีจิไปเลยกายและจิหายไป。 ก็ทำไม่ได้ทำเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้เขาไม่รู้ว่ามันเกิดกเลสแล้วก็ตอนแรกลูกตาก็บอกว่าตอนแรกที่เขาปฏิบัติเขาไม่มีกิเลสป。 ัญหาอะไร。 ไม่มีกปัญหาอะไรแล้วก็ไม่รู้เรื่องที่มันเกิดขึ้นยังไม่รู้เรื่องสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นก็เลยไม่มีความอยากได้อะไร。 แรกเขาแค่เป็นมะเร็งยะสุดท้ายเขามาปล่อยวางนั่งต่อหน้าพระประธานในโบสถ์แล้วก็ก็มาปล่อยวางเขาเป็นมะเร็งสุดท้ายนั่งไปโดยที่ไม่ได้มีความหวังว่าปรารถนาอะไรไม่เคยเจอยังไม่เคยเจอ。 ยังไม่เคยเจอสทำเขาก็เลยไม่ยังไม่ได้เกิดปัญหาปัญหาต่อภาวธรรม。 เขาไปเลยเหรอสุดท้ายมันก็แยกแยกออกจากกายแล้วก็แยกเวทนาออกจะกลายและจิตกลายเป็นเวทนาเป็นจิตคือหมวดสติภาฐานสี่ทางที่ทางเดียวที่จะลคนที่ผ่านได้คือกลายเป็นทนาจิตธรรมกลายเป็นนาจิตในจิตทำให้ทำคือแยกออกจากการชัดเจนแล้วก็ไม่จิไม่ยึต้องการเป็นจิทำที่ผ่านไป。 เขาไม่เคยเจอทำแบบนั้นอ่ะทำก็คือความสงบร่มเย็นที่ไม่มีการไม่มีจิตทุกอย่างก็ว่าเปล่าสงบไปก็เป็นธรรม。 แต่เขาอ่ะไม่เข้าใจว่าอะไรคือการอะไรคือเวทนาอะไรก็จะตามแต่เขามาเล่าให้ฟังวามันแย่กว่าจากการเป็นแบบนี้แบบนี้。 แล้วก็ไม่เคยเจอเพราะเจอปุูก็อยาได้เพราะอยากก้ายความไม่สงบก็เกิดขึ้นทำเท่าไหร่ก็ไม่สงบแล้วก็เกิดความทุกข์เราร้อนว่าวุ่นใจก็เลยโชคดีนะประกาศพระเราก็มีคนแนะนำเขาบอให้มาหาลูกตาเราก็มาแล้วก็มาเล่าให้ฟังพอเวลาเมื่อเย็นนี้มีเวลาสั้นจำกัดเขาก็มาข。 อคุย。 เวลาสั้นเพราะว่า。 หมดเวลาจะต้องไปที่นั่นที่พิธภัณฑ์หมู่บ้าน。 ได้คุยเวลาสั้น。 บอกว่า。 ถ้าอยากจะ。 ถ้าไม่เข้าใจยังไงก็ให้ไปเจอลุงตายอีกทีนึงที่พุทธธรรมว่าจากเกดีที่เขาใหญ่。 ถ้าไม่ค่อยอยู่ต้องจะไปต้องดูได้อะไรได้อยู่อยู่หรือเปล่าไม่ค่อยได้อยู่นะก็บอกว่าไม่มีกเลสนะไม่มีกเลสก็ทำที่เกิดขึ้นตอนนี้ยมมีกเลสก็ต้องกเลสที่เกิดขึ้นแล้วก็จะกลับคืนไปถูกก็ก็ไม่ได้อยู่ดีแต่ก็จะทำความจริงอย่างนั้น。 แหละ。 โยมต้องจำทางเก่าให้ได้。 ทำทางเกตอนที่ยังไม่มีกเลสปัญหา。 แล้วตอนนี้ยมมีกตนายมต้องกปัญหาที่โยมอยากได้อยากเอาอยากเป็น。 อยากเก่ายมต้องรู้เท่าทันแล้วก็ละ。 เซจะกลับคืนตาเก่าได้กลับคืนเก่าไม่ได้ไปกลับคืนเพื่อไปเอาอะไร。 แต่กลับคืนไปเพื่อเรียนรู้ความจริงว่าแม้แต่ทำละเอียดขนาดนั้นมาแยกกลายเป็นอาทิทำละเอียดขนาดนั้นก็ไม่สามารถคิดมันถึงมันส่งสภาวะนั้นได้ตลอดไปต้องกลับไปเรียนรู้สัจธรรมความจริงตาต้องกลายเป็นจิทำเป็นในจังทุกหลังตาเวลาสั้นนะครับก็ไม่รู้จักเข้าใจได้หรือเ。 ปล่าถ้าเข้าใจได้ก็สามารถรู้จะผ่านได้เลยถ้าเห็นว่าเวลาคิดทำขากลับไปทำกี่ครั้งกี่ครั้งมันก็เป็นอย่างนั้,น,แ,ล,้,ว,ก็,จ,ะ,ย,ึดมั่นถือ,บ,้。 านไม่ได้。 แคนั้นยึถึงบ้านแล้วเห็นความจริงแล้วการเป็นที่ทำยถึงบ้านไม่ได้ผ่านไปเลย。 เร็วมากแบบนี้ไม่มีใครสอนด้วยนะก็เรียกว่าโอกาสทองเกิดขึ้นเองเพราะเป็นมะเร็งยะสุดท้ายก็ไม่เป็นมะเร็งลูก้ายตั้งแต่อายุน้อยเขาก็ไปทำแบบนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสทองมันก็ไม่รู้ว่าจะเป็นบุญเป็นอะไรกันเป็นอะไรกันแน่คืออายุขนาดนี้เรามาเป็นมะเร็งสุดท้ายแต่ก็ไม。 ่เป็นสุดท้ายก็ไม่พบทำขนาดนี้เนี่ยมันก็ไม่รู้ว่าบุญบาปกันแน่อย่างนี้ก็โชคดีโชคร้ายมันอยู่ที่ว่าเป็นยังไงก็เป็นอย่า,ง。 นั้นแหละ。 ไปทำ。 บัตรนั้น。 เพราะฉะนั้นอีกอย่างนึงครับ。 ภาวนาเนี่ยถ้าไม่มีครูบาอาจารย์มันก็จะหลง。 หลๆทั้งนั้นเนี่ย。 เพราะว่าวามันมาถึงตรงจุดนี้กับตันมาถึงกตันนี้กตันไม่มีใครชี้แนะไม่มีใครรู้จริงก็แนะนำไม่ได้เพราะแนะนำให้ได้กัปตันอยู่นั่นแหละติดอยู่นานมีพระจะมีโยมจากรัสเซียมาจากกับละพระมาจากหลายประเทศประเทศเยอรมันประเทศโปแลนด์ประเทศรัสเซียโยมมาด้วยนถึงมาจากรั。 ส。 เ。 ซ。 ีย。 ท่านบอกว่าที่นั่นเขามี。 ที่รักประเทศรัสเซียมีชมรมปฏิบัติธรรม。 มีคนมาปฏิบัติเยอะ。 ปฏิบัติ。 แล้วก็เขาก็ปฏิบัติจนลุกลมให้ใจเข้าออกมหายใจร่างกายจิตใจมันหายไปเลยว่าไปหมดเลย。 ว่างไปแล้วก็ไปส่งความว่างไปส่งความว่างความนิ่งความเงียบสงบยังไงเนี่ยทำกี่ครั้งกี่ครั้งก็ได้แค่นั้นไปส่งความว่างความนิ่งความสงบและสุดท้ายส่งความว่างความนิต้องสพพลังโดยพลังอัด。 พลังอัดแน่นจุึดบวดเหลไปทั่วตัวแล้วก็เริ่มฟุ้งสร้างเริ่มฟุ้ซ่านออกมาออกมาแล้วก็สร้างออกมาเสร็จก็ใจก็ออกเข้าไปนิแล้วก็ส่งความขนาดพลังปวดมาไปทั่วตัวแล้วก็สร้างสร้างแต่ใจออกกลับคืนได้ไหมอยู่หลายปีส่วนใหญ่ไม่มีคนชี้หน้ากับตายอยู่แค่นี้。 แหละ。 แล้วก็แย่มากเลยโดนพลังอัดปวดล้าวไปทั่วตายด้วยความทุกข์ทรมาน。 โชคดี。 อยู่ๆเขาก็มีเหตุอะไรไปหาลูกตาที่พุทธธรรมอาจารย์พระจากคีรี。 ก็เลยบอกเขาว่าเมื่อเขาสงบแล้วเนี่ยอย่าไปส่งความสงบไว้คือพอเขาสงบแล้วก็อย่าไปรบกวนความสงบเหมือนเด็กเด็กอ่อนนอนหลับอ่ะก็จะไปกวนเพราะว่าามันตื่นมาแล้วมันนอนไม่เต็มตาก็สงบเหมือนจิตก็ไปพักนอนไม่เต็มตาแล้วก็เด็กอ่อนก็จะงอแงตื่นมางแงจิเหมือนกันเนี่ยถ้า。 เข้าไปสู่ความสงบแล้วปล่อยเขาพักอยู่ในความสงบอย่าไปส่งอย่าไปความรู้สึกว่าต้องส่งความสงบคือเพียงแต่ว่าเป็นเวลานั้นเป็นเวลาพักของจิตเหมือนเด็กอ่อนก็ให้นอนพักสงบด้วยความรู้ตัวอยู่อย่างนั้นแหละรู้ตัวว่ามีความสงบร่มเย็นอยู่อย่างนั้น。 แหละ。 จกระทั่งมันหมดแรงหมดกำลังก็จะค่อยๆถอนตัวขึ้นมาคิดก็ถอนตัวเองมันก็ลอยตัวมาเริ่มจะคิดิดุงซ่านเริ่มจะคิดงสร้างให้รีบจะปล่อยให้คร้อย0เปการเริ่มจะคิดงซ่านให้รีบกลับมานอนหน้ากายน้องไม่ร่างกายจิตใจเห็นว่าจังทุกครั้งๆลูกไปทนาสัญญาสังการวิจารณ์หน้าเป็นของไม่เที่ยงนี้จังทุกครั้งๆยึดมั่นหรือมั่นไม่ได้เพื่อนไปสู่ความแก่ความเจ็บความตายความพาตลอดเวลาไม่มีเว。 ลาหยุดพัก。 ไม่มีอะไรเป็นตัวเราเป็นของของเราที่แท้จริง。 มันนอนพิจารนาแบบนี้มาจากธรรมชาติมาจากดินกลับคืนสู่ดิน。 มาจากธรรมชาติกับคืนสู่ธรรมชาติไม่เหลืออะไรเป็นตัวเราเป็นของเราที่แท้จริง。 มันน้อมเวลา。 ซ้ำแล้วซ้ำเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า。 จิตมันจะก้าวกระโดดข้ามจากที่เคยเป็นคือ。 ระบบเงียบสงัดแล้วก็ส่งความัดโดนพลังอัดแล้วก็ฟุ้งซ่าจุกแน่นมันจะเปลี่ยนไปรู้ชได้แล้วว่าบอกก็มองเห็น,ช,่,อ,ง,ช,ใ,จ,เขาก,็สว่างสวา,ย,เ。 บก,บานมาก。 วันนี้เวลามีเวลาน้อยลงตาก็เลยเข้าไปพักแต่ตอนหลังก็เข้าไปกระซิบกับพระอาจารย์มาร์คที่เป็นพระเยอรมันว่า。 อยากจะเริ่มหมดหลวงตาไปที่ชมรมปฏิบัติธรรมที่ที่รัสเซียที่พระครูบกได้ไหม。 ที่นู่นอ่ะคือเขาก็ปฏิบัติแล้วมันเวลามาถึงจุดจุดหนึ่งมันตันแล้วไม่ดีกันต่อก็เลยพวกก็จะลามไปถึงประเทศฟินแลนด์และประเทศสวีเดนติดต่อว่าให้ไปที่นั่นมีคนปฏิบัติเยอะแต่แม้แต่อาจารย์ผู้สอนก。 ็ตัน。 ปั่น。 เพราะว่านั่งสมาธิมาสามสิบกว่าปีสี่สิบปีแต่มันตั้งที่ตรงนี้เหมือนกับของรัเซียคือความสงบแล้วก็ส่งความสงบแล้วก็โดนพลังอจฟุ้งซ่านสงบแล้วก็ส่งความสงบพลังอัดฟุ้งซ่านไปต่อไปได้ไม่ได้เดินพัฒนาต่อไม่ได้ต่อแยกนายกแยกทำออกจากการแล้วก็เห็นการทำให้เที่ยวเป็น。 จังทุกอย่างหน้าตาก็ไม่ได้แยก。 ไม่ได้แยกออกไม่ได้แยก。 ปฏิประทาน4ออก。 ไม่ใช่ว่าเราไปนั่งแยกๆนะคือมันเหมือนเจ้าหนุ่มน้อยนะเขานั่งแล้วก็รู้เราไม่ใจเขาออกไปเรื่อยๆมันแยกเองแยกเองแยกแยกเวลาแยกออกให้เห็นจะสงบไปต่อไม่ได้ติดตรงความสงบแล้วก็อยากได้ความสงบตอนนี้ก็พุซ่านุส่านไม่มีใครสอนก็ไปไม่ได้ตรงนี้แล้วนะถ้าท่านปฏิบัติแล。 ้วไม่มีผู้รู้จริงๆเวลาสอนจริงเขาไม่เคยปฏิบัติไม่เคยผ่านทางมาก็ไม่รู้ไม่รู้เพราะติดสอนไม่ได้บอกไม่ได้ตรงนี้ก็มีปัญหากันทั่วโลกปฏิบัติธรรมอยู่ทั่วโลก。 ก็บอกว่าที่อเมริกานิยมจากอเมริกามา。 เป็นด็อกเตอร์ดอกรมหาวิทยาลัยทวาดกับมหาลัยเรียนพุทธศาสนานะเรียนพุทธศาสนาและธรรมวิทยานิพนธ์มาทำวิทยาพนธ์ประเทศที่นับถือพศาสนาก็จะต้องไปไปที่นอนไปร่วมปฏิบัติธรรมที่ประเทศที่มีพุทธศาสนาทั่วโลกเพื่อกลับไปทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกไปแล้วสุดท้ายแก้ปัญหาไม่。 ตกมันไม่เข้าถึงคิดถึงใจไม่ได้แต่ไปทำเรียนออกนอกไปทำเรียนออกนอกเจอหลวงตาตา。 จิตใจโยมเป็นแบบนี้แบบนี้แบบนี้แบบนี้อะไรโยมเรียนพุทธศาสนาจนถึงดอกเตอร์ทำยาเอกแต่ทำไมจิตใจตัวเองไม่รู้จักจิตใจตัวเองก็บอกๆเขาตกตะลึงพไปเลยก็พยายามจะเอาลูกตาไปอเมริกาได้บอกว่าที่อเมริกาเนี่ยมีคนปฏิบัติธรรมรัฐหนึ่งหลายล้。 านคน。 เนี่ยมีคนปฏิบัติธรรมเนี่ยสนใจทำเพื่อความเป็น้นทุกข์แต่ผู้สอนธรรมมีมากผู้รู้จริงมีน้อย。 ชนะเนี่ยมันยากลำบากตรงนี้คือน่าสงสารคนที่อเมริกาคือผู้สอนทำมีมากผู้รู้ทำมีน้อยเพราะฉะนั้นคนที่สอนทำจากความจำมีเยอะผู้สอนทำจากความรู้จริงมีน้อยไม่ได้หายากไปไปไม่ได้แล้วไปไม่ได้。 ไปไม่ได้จะไปให้หรอกเราอยู่เมืองไทยพูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้แล้วก็ยังมีลูกศิษย์ลูกหามากมายที่เมืองไทยไปอยู่ได้ยังไงก็ก็ไปไม่ได้ก็ไปไม่ได้ไปไม่ได้ก็ก็อยากอ้อนวอนแล้วก็พยายามโทรศัพท์มามาหลายครั้งแต่โทรมาได้รับรับโทรศัพท์ให้ภาษาอังกฤษพูดไม่รู้เรื่องเลยห。 ลวงตาไม่รู้เรื่องฟังไม่รู้เรื่องพูดภาษาอังกฤษไม่ได้มันน่าเสียดายตรงนี้เหมือนกันเพราะว่าเราพูดภาษาอังก,ฤ,ษ,ไ,ม,่,ได,้,ก,็พูดภาษาอ,ั,ง。 กฤ,ษได้นะ。 เปิดได้โดยทั่วโลกได้เร็ว。 พูดไม่ได้ก็โทรมาทีไรก็รับไม่รู้เรื่อง。 รับโทรศัพท์ทีไรพูดภาษาอังกฤษมาปลายสายหรอไม่รู้เรื่อง。 ดา。 ก็น่าจะเสียดายก็ไม่ได้ไม่ได้ไป。 ไม่ได้ไป。 กูก็บอกอยากรู้ตาดีนะถ้าไปอยู่อเมริกานะ。 ถ้ากดเหรียญนะถ้ากดเหรียญ。 คุยก็บอกว่า。 คนจะเข้มาหาเยอะเลย。 แล้วก็กดเหรียญกดแบบอะไรนะกดหยอดเหรียญm aที่บ้านชาร์จใช่ไหม。 ตอนแรกที่มันช้าว่า。 ถ้า。 ห้านาทีแรกหรือสิบนาทีแรกคือคือชาัดอัตราสูงm aสi m u mแล้วต่อไ,ป,ก็นาทีละกเหรียญอะไรเนี่ยอยู่รวย,ไ,ม,่。 ร,ู,้เรื่องไม่ไปไม่เคยเอาเงินอะไรก็ไม่ไม่มีการขายไม่เอาเงินด้วยไปสที่ไหนก็ไม่เคยเอากลับไปไม่ว่าเงินไม่ว่าข้าวของบริจาคไม่เคยเอากลับวัดไปเลยตอนที่ไหนก็เอาไว้ที่ไหนบริจาคไปให้แก่ส่งคณะส่งที่。 นั่น。 ไม่เอากลับไป。 ไม่เอาไม่เอาไม่เอาโอ้โหไปจะเอาให้ไปกดเหรียญหยอดเงินซแหละ。 ไม่เอาไม่เอา。 ลูกวงตาบอกว่าลูกวงตาอยู่ในเมืองไทยนะคนที่เก่งกว่าลูกตาเนี่ยเก่งกว่าลูกตาพ่อแม่กูอาจารลูกตาเก่งลูกตามีมากมายเยอะแยะไม่ใช่หลวงตาเก่งที่สุดหรอกมีพ่อแม่กูบาอาจารย์เก่งกว่าลูกตามากมายไม่ใช่ล。 ูกตา。 ท่านเห็นลูกมาเห็นหลวงตาแบบนี้หลวงตาเก่งที่สุดในโลกไม่ใช่เขาก็ไม่เชื่อจริงๆพ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงตาเก่งหลวงตาไหลเท่าตกใจจริงเหรอเหรอเสียดายเสียดาย。 คือราชได้แทนคนอเมริกาไม่มีโอกาส。 หน้าอยากจะหน้าคนที่รู้จริงไปสักท่านหนึ่งไปเผยแพร่ที่มีกาคนเก่งเมืองไทยมีเยอะอยู่หางแถวอยู่ปลายแถวน่าเสียดายแทนคนไทย。 เสียดายแทนคนไทย。 คนไทยมีคนเก่งมากเกินไป。 ใกล้เกลือกินดาบ。 คนไทยมีคนเก่งมากเกินไปใกล้เกิดกินได้แต่ที่ประเทศเขา。 ผู้ที่สอนจากสัญญามีียมากผู้ที่สอนจากผู้รู้จริงมีน้อย。 จะพวกเราอย่าปล่อยให้โอกาสมันผ่านไป。 จงรีบขวนขวายอย่าปัว。 อย่าปล่อยให้สายเกินไปอย่ารอให้เป็นคนไข้ติดเตียง。 แล้วตอนนั้นก็จะระลึกถึงว่า。 ถ้าจะอยู่อย่างไร。 จะมีอะไรเป็นเครื่องอยู่。 ถ้าจะอยู่อย่างไรเมื่อถ้าเป็นคนไทยติดเตียงในicuยากเขาก็ไม่ให้เข้าโทรทัศน์ก็ไม่ให้ดูวิทยุก็ไม่ให้ฟังโทรศัพท์มือถือก็ไม่ให้เล่นหมาแมวที่ท่านรักก็ไม่เอาเข้าไปด้วย。 ลูกหลานก็เข้าไปไม่ได้ถ้าจะอยู่อย่างไร。 นอนติดเตียงแล้วจะอยู่กับอะไรก็จะอยู่กับอะไรมากต้นนึกถึงตัวเองไว้ให้มากวันเวลานั้นทุกคนต้องมาถึงต้องประสบ。 ท่านจะหนีความจริง。 อย่าหนีความจริงเพราะถึงเวลานั้นทุกคนต้องประสบ。 ต้องให้ระลึกถึงตัวเองให้มากกว่าถึงเวลานั้นจะอยู่กับอะไร。 ท่านต้องอยู่กับทำกินกับทำนอนกับทำและที่สุดก็ตายไปกับทำที่ไม่เกิดไม่ตาย。 ทำที่ไม่เกิดไม่ตายหรือนิพานเป็นอบาตะ。 ท่านต้องอยู่กับทำให้เกิดไม่ตายท่านจะถึงทำให้เกิดไม่ตายได้。 ต้องไม่มีอะไรที่ค้างติดค้างขาใจแค้นเครื่องผมิใจเจ็บอาฆาตปัญญาบาทติดอยู่ด้วยความรักความจังในใจท่านจะต้องไปเอาอะไรมาติดค้างค้าขาแค้นเคืองภูจะเจ็บอาฆาตพยาบาทไว้ในใจเลย。 ไม่มีอะไรมาติดค้างอยู่ในใจ。 นั่นแหละท่านถึงจะพบทำที่ไม่เกิดไม่ตาย。 ไม่แตกไม่ดับเรียกว่าที่พานเป็นอบาตะ。 ตลอดกาล。 นี่ก็ตามที่ตกลงกับท่านมาหาไว้ก็เปิดโอกาสให้พวกท่านถาม。 เพราะว่ากว่าถึงเวลาใกล้เคียงหรือเปล่าก็ต้องจากไปผู้ใดถ้ายังฟังยังไม่ไม่ไม่อิ่มไม่อิ่มยังไม่ถึงไม่อิ่มอกอิ่มเต็มที่อิ่มอกอิ่มใจถึงใจก็ให้ไปพบกันได้ที่พุทธธรรมมาตามจากเกรีธันวานี้ก็อยู่แค่ต้นเดือนจนถึงวันที่สิบสี่เราจะได้ก็ไม่อยู่ต้องไปสอนที่เชีย。 ง。 ใ。 ห。 ม่。 แล้วก็นอนก็ไม่ค่อยอยู่อีกแล้วก็กลับมาปีใหม่กลับมาช่วงปีใหม่แล้วก็ต้องไปต่ออีกไปต่อไปสอนที่หาดใหญ่。 หาดใหญ่ภูเก็ต。 หลังจากนั้นก็ต้องไปที่อังกฤษservice。 แล้วก็ยังไม่รู้ต่อไปที่แฟนนรัสเซียต่อไปหรือเปล่าเพราะฉะนั้นจึงไม่ค่อยอยู่พวกท่านต้องอย่าต้องประมาทสอนแล้วต้องนำไปพิจารณาและปฏิบัติตามสื่อที่หลวงตาสอนไว้ในyoutube。 ในสื่อทุกประเภทมีมากมายท่านไปอธิษฐานจิตเปิดฟางเอาแล้วก็พินาตามสงสัยปฏิบัติอย่างไรมีสภาวะติดขัดอย่างไรก็ไปสอบถามได้。 แล้วก็ดูจากในสื่อว่าลูกวงตาอยู่หรือเปล่าที่พุทธธรรมมาถามมปัดจากคีรี。 หรือที่ไปแสดงธรรมต่างๆอยู่ที่ไหนก็ไปดักถามเอา。 ตอนนี้ก็。 ไอ้ตามที่ตกลงกันก็ให้ตรงอะไรนะ。 คำถามก็ำตอบให้ใครอ่าน。 กราบโอกาสแล้วอ่านคำถามที่。 ผู้มาฟังทำได้เขียนมานะคะ。 ตายไม่ค่อยดีขวา。 ไม้。 มีผู้ที่เข้ามาฟังคำได้ฝากคำถามเพื่อที่จะปรึกษากับหลวงตานะคะ。 กราบเขาการน้องตาช่วยแม่ตายชี้แล้วว่า。 เวลาปฏิบัติจะใช้การบริกรรมพุทธโธพร้อมกับนึกถึงภาพของพระพุทธเจ้าขึ้นมาโดยการใช้สัญญาและความจำแต่ก็ไม่สามารถบริกรรมอยู่ได้นานก็จะหลงปิดไปตามความคิดจึงเปลี่ยนมาลองพิจารณาความตายด้วยการแยกกายออกเป็นส่วนส่วนแต่ก็น้อได้ไม่นานเช่นกันก็หลงไปตามคว。 า。 มคิด。 ขอความเมตตาจากหลวงตาช่วยชี้แนะค่ะ。 กรรำมถามมันยังไม่ถูกกับจริตนิสัย。 การหนึ่งความ。 ไม่ว่าความตั้งมั่นความเอาใจใส่จริงๆมันจะน้อยไป。 บริการพุทธุก็เลิกบริการแล้วก็คิด。 พิจารนาการความตายแล้วก็คิดไม่ทิกรรมฐานไปหมดถ้าอย่างนั้นให้แล้วค่อยรู้ที่ใจรักที่ใจไปว่าที่ใจมีความคิดความรู้สึกมีอารมณ์เกิดขึ้นก็อย่าลงติดไปอย่าลงติดไปกับความคิดอารมณ์สองอย่าเข้าไปกดกบังคับให้นิ่งให้เฉยให้สงบให้ว่าสามเยหนีหนีไปเล่นโทรศัพท์มือถือ。 นี้ไปหาความสบายใจนี้ไปกินไปเที่ยว。 รู้อยู่ที่ใจและที่ใจปลวาดที่ใจที่ใจไรจ่ายไปวาที่ใจอันนี้มันขาดความรู้มันขาดความรู้อะไรฟุ้งซ่าน。 ต้องพุทธโตแล้วก็รู้อยู่ที่ใจและที่ใจหรือที่ใจและที่ใจหรือที่ใจและที่จะทิ้งความรู้ถ้าไม่ทิ้งความรู้แล้วมันก็จะไม,่。 ฟุ้งซ่าน。 เป็นคำถามที่ต่อเนื่องจากคำถามที่แล้วนะคะแต่เป็นคำถามของผู้ปฏิบัติอีกขั้นหนึ่งว่าเวลาใช้คำภาวนาพุทธโธก็มักจะหลุดอยู่ตลอดเวลาเลยเปลี่ยนมาใช้รูปแบบการตามดูสภาวะหรือตามดูอาการทางกายที่เรียกว่าเ。 วทนา。 แต่ว่าเพื่อเปลี่ยนมาดูแบบนี้ก็ยังมีความรู้สึก。 หงุดหงิดอยู่ตลอดเวลาและเพราะตัวเองเป็นคนขี้หงุดหงิดและขี้กังวลเป็นคนที่มีโทสะเกิดบ่อยแต่ก็ได้แต่ตามรู้ดูไปเฉยๆแล้วความรู้สึกเหล่านั้นก็ค่อยๆหายไป。 แล้วพอเมื่อเกิดความรู้สึกอยากให้เวทนาหายก็ดูความอยากนั้นต่อไปการปฏิบัติเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ค่ะน้อยมันตัวเอง。 ตัวเองเวลาเกิดเวทนาอะไรขึ้นในใจเกิดความรู้สึกเป็นสุขเป็นทุกข์ความไม่สบายใจและเนี่ยมันก็ดูจนอยากให้เวทนานั้นหายไปโกรธขึ้นมาก็อยากให้อารมณ์โกรธหายไปดูจนอารมณ์โกรธหายไปแต่หารู้ไหมว่าไปติดอยู่แล้วนะถ้ากับไปติดยึดคือเกลียดทุกข์รักสุขดีรักชั่วชังคืออย。 ากให้เวลาทนาหายไปเพราะเวลาหายไปไปติดอยู่ตรงที่ไม่มีเวทนาแล้วก็กลายเป็นติดแช่ชมแล้วก็เป็นโรคซึมเศร้า。 ไม่ถูกทำอย่างนี้ไม่ถูก。 ไปดูดูแล้วถ้าไปดูอาการของจิตเนี่ย。 ไปดูอาการของจิตไปดูเวฒนาเนี่ย。 เราจะมีกิเลสปัญหาและเป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัวคือเข้าไปติดอาการคือ。 เราจะละอาการหยาบแล้วหนีอาการอยากไปติด。 ไปติดอาการที่ละเอียด。 พอมีอารมณ์เกิดขึ้นมีอารมณ์โกรธที่มีอารมณ์โกรธก็ดูจนกระทั่งอารมณ์โกรธไหนไปเพราะลมณ์โกรธไหนไปายใจว่าปสบายแล้วคิดปว่าสบายตอนนี้กลายเป็นโรคจิตโรคประสาท。 ชนะให้ผู้โตไว้อย่าทิพูดโตแล้วก็รู้ที่ใจรักที่ใจจะดีชั่วทุกทุกบาปกุศกุศลสบายไม่สบายใจอย่างไรอย่าทิ้งพูดโตแล้วก็สักแต่รู้มีอะไรเกิดขึ้นในใจสักแต่รู้สักรู้。 คำถามนี้ก็ค่อนข้างจะต่อเนื่องจากคำถามที่แล้วค่ะในการปฏิบัติในชีวิตประจำวันเนี่ยจะต้องมีสิ่งมากระทบทางตาหูจมูกลิ้นกาใจอยู่ตลอดเวลาบางครั้งทำให้จิตใจขุ่นมัวเพราะจิตใจขุ่นมัวเราก็จะต้องดูที่ความขุ่นมัวหรือให้กลับมาดูการทำงานของร่างกายไม่ใช่ไม่ถูกต้。 องคู่ไม่ถูกต้องจะไปดูที่ความขุดมัวก็ไปดูความขุดมัวอารมณ์ขุดมัวแล้วมันจะ。 มีความอยากให้อารมณ์ขุมัวหายไป。 แล้วเราก็จะ。 ไม่ชอบอารมณ์ขุดมัวนั่นแล้วก็พยายามจะหนีไปหาอารมณ์ที่เบาสบายที่ไม่ขุดมัวอันนี้ก็เกลียดทุกข์รักสุขดีร,ั,ก,ช,ั,ช,ส,ุดท,้,า,ย,ก,็เป็นโรคจิ,ต,โ。 รคประสาท。 คือรับรับกับความทุกข์ความเครียดไม่ได้แล้วสุดท้ายจมแช่โดนดูดเข้าไปอยู่ข้างในในโรคซึมเศร้า。 ต้องให้อยู่กับพุทธพุทธพุทธพุโธแล้วในใจเกิดเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าจะคุณมััวเต้าหมอหรือผใสอะไรก็ตามก็จะพุทธอย่าทิ้งคำกับพุทธให้มีสติอาจารย์จะรู้อยู่ที่พุทธพุทธพุทธไม่ว่าคิดฉันจะสงบไปสงบจะผ่องใหรือเศร้าบอกก็รู้อย่าหลงติดไปหนึ่งอย่าหลงติดไปสองอย่าไปกดขบั。 งคับเขาให้นิ่งเฉยให้ให้ไม่มีอาการ3อย่างนี้อย่างนี้ไปอารมณ์ที่โปร่งโลกเบาสบายอย่างนี้ไปเล่นโทรศัพท์มือถือไปช้อปปิ้งไปไปกินไปเที่ยวไปสนุกไม่ยอมรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในใจ。 พุตัวรู้ที่ใจและที่ใจหรือที่ใจรักใจหมายถึงว่าสักรู้ตามความเป็นจริงกับพฤตพึง。 มีคำถามว่าการปฏิบัติสมาชิิที่ถูกต้องแท้จริงอยู่ที่การนั่งสมาได้หรือสามารถปฏิบัติสมาธิได้ในตลอดเวลาที่ดำเนินชีวิตสมาธหมายถึงใจที่ใจความฟุ้งซ่านความที่มันจิตใจฟุ้งซ่านไปด้วยราศะโมหะความโลภความโกรธความหลงเพลเพลินตาลอยใจลอยที่ติมานะงุ。 ดงิด。 รำคาญใจเบื่อเซงกุ้งท้อแท้หดหู่สิ้นหวังมันอยู่ที่ใจเกิดที่ใจหมดเลยพวกนี้มันทำให้ไม่เป็นสมาธิ。 อุปสิบหกหรือนิวรห้ามันทำให้ไม่เป็นสมาธิมันเข้ามาก่อกวนจิตใจรุ่มร้อนเหลร้อนไปหมดไปได้ไฟราคาโทรศัพท์ะโมหความโลภความโกรธความหลงมาทำให้มันทำให้สูญเสียสมาธิถ้าไม่มีความโลภความโกรธความหลงราคาโทรศัพท์โมหะที่เกิดขึ้นในจิตใจหมายถึงว่ามันเกิดขึ้นแต่ไม่หลง。 ติดไปเกิดขึ้นไม่หลงติดไปข้อสองไม่เข้าไปกดขบังคับข้อสามไม่ไม่หนี。 สัตพุไม่ว่าจะเกิดความโลภความโกรธความหลงไม่ว่าจะเกิดอารมณ์อะไรเกิดขึ้นในจิตใจแม้แต่ร่างกายจิตใจมันจะแตกกับทำลายระเบิดจะตายแล้วอะไรก็ตามจะที่้นลมหายใจก็รู้พุทธแล้วก็พุทธพุทธธพุทธธพุทธศักรู้พุทธไว้นะจะเป็นสมาธิสมาธิหมายถึงว่าไม่หลงไม่หลงติดไปไม่ใช่。 ว่าสมาธิหมายถึงว่าไม่มีความคิดไม่มีอารมณ์ไม่มีความโลภความโกรธความหลงไม่มี。 ราคาโทรศัพท์หาไม่มีนิติมานะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในใจว่างเปล่าอย่างเดียวไม่ใช่หมายถึงว่ามันมีอะไรแล้วก็ไม่หลงหนึ่งไม่หลงติดไปในใจเราไม่ว่าจะเป็นความโลภความโกรธความหลงไม่ว่าจะคิดคิดคิดคิดบาปคิดกลางมันมีอยู่แต่ไม่หลงติดไปไม่หลงติดไปก็เพราะว่าสติปญะอยู่。 กับพุทธุไม่หลงติดไปเพราะว่ามีสติมปชัญะสติแปลว่าระลึกได้สัมปชัญะคือความรู้สโตพร้อมอยู่กับพพโตแล้วก็ไม่หลงทิ้งโตแล้วก็หลงติดไปกับความคิดอารมณ์ไม่ไปกดคงบังคับให้เขานิ่งให้เฉยแล้วก็หนีอยู่ในอารมณ์ว่าโลกความสแล้วก็กายกันโรโรคซึมเศร้าแล้วก็สามไม่หนีไปช้อปไ。 ปกินไปเที่ยวไปสนุกจากบ้านทั้งวันใช้ว่างเปล่าหนีความจริงอย่างนี้ไม่หนีสามกรณีเท่านั้นเนี่ยสามกรณีนี้จำไว้แล้วมันก็จะไม่เป็นโรคซึมเศร้ามันก็จะสุดท้ายมันก็ก็ยอมรับความจริงยอมรับความจริงยอมรับความจริงปัญหาไอ้ที่ม。 ันลง。 ไปข้อสองไปกดกบังคับให้เขานิ่งเจอสงบกว้างข้อสามอย่างนี้มันก็จะไม่เกิดขึ้นมันจะน้อยลงสามอย่างนี้คือสามอย่างนี้มันหายไปคือหนึ่งลงติดไปสองไปกดมานี่เฉสามอย่างนี้ถ้าไปสามอย่างนี้ไม่เกิดขึ้นจิตใจมันจะสงบระงับของเขาเองเป็นสันติพลังสุขังใดเหลจะเกว่าใจที่。 สงบจากความปรุงแต่ง。 เป็นไม่มี。 ไม่ใช่ไปจับอารมณ์นิ่งเฉยต้องกว้างนะโรคซึมเศร้าต้องไปกินยาหาจิตแพทย์ต้องไปช็อตไฟฟ้าอันนี้มีเยอะมากมายละทำแบบนี้มันผิด。 แล้วมีคำถามต่อขึ้นมาว่าปกติเวลานั่งสมาธิแล้วจะรู้สึกว่าเกิดความสงบจนรู้สึกเหมือนกายดับหูดับตาดับเมื่อเกิดความรู้สึกเวลานั่งสมาธิเช่นนี้แล้วไม่ทราบว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรต่อไปถึงจะไม่รู้สึกกลัวตายกล่าวโอกาสลงตาเมตตาค่ะออกในการมีคำบริ。 กรรม。 แล้วก็。 บางคนก็สงบก็ถึงก็ถ้าไม่มีตัวร่างกายหายไป。 หายไป。 แล้วก็。 สงบเงียบ。 แต่รู้อยู่รู้สึกตัวอยู่。 ก็จะไปกวน。 เหมือนเด็กนอนหลับอ่ะที่บอกว่าเด็กนอนหลับอยู่。 เด็กๆน้อยนอนหลับอยู่。 ระบบมันแก้ขั้นเด็กน้อยนอนหลับอย่าไปรบกวน。 อย่าไปรบกวนเขาปล่อยเขาอยู่นั่นแหละอยู่กันแหละก็รู้รู้ไปเรื่อยๆมันมีความสงบก็รู้ความสงบนั้นก็มันค่อยๆความสงบมันก็เป็นจังทุกอย่างนะตาไม่เที่ยงจะค่อยๆลอยตัวขึ้นมามาแล้วมันเริ่มจะคิดแตฟุ้งซ่านก็รีบเอามาพิจารณาร่างกายนี้ไม่ใช่ว่าพี่ตอนที่สงบนะบอกปล่อ。 ยเขาออกไปก่อนก็หาจากความสงบสงบการเป็นจังทุกอย่างแต่ไม่เที่ยงยังเป็นความสงบในคสมปถะอยู่ก็。 ค่อยๆลอยตัวขึ้นมา。 จะฟุ้สร้างก็มาพิจารณาของความไม่เที่ยงในร่างกายที่ใจในจังทุกอย่างนะตาเคื่อนไปสู่ความแก่ความเจ็บความตายเป็นคนไข้ติดเตียงที่สุดก็มาจากดินกลับคืนสดินมาจากธรรมชาติต้องกลับคืนสู่ธรรมชาติทุกอย่างเป็นของสมมุติไม่มีอะไรเป็นตัวเราของเราที่แท้จริงก็ค่อยๆปล。 ่อยวางความคิดหรือบ้านไปอันนี้ถึงจะเข้าความสงบที่เกิดจากวิพัสนาความสงบที่เกิดจากการปล่อยวางจะเป็นความส,ง,บ,มาสถานคืออมต,ะ,เ。 รียกผ่าน。 จะขอกาสถามหลวงตาว่าการที่พุทธได้อย่างต่อเนื่องอยู่ได้ตลอดโดยที่ไม่ไปยุ่งกับสภาวะธรรมอย่างนี้เรียกว่าเป็นจิตตั้งมั่นใช่หรือไม่ค่ะก็เป็นการตั้งตั้งอยู่ในบริกรรมตั้งอยู่ในความปล่อยวาง。 มันสร้าบ้านในการบริกรรมพุทธพุทธธพุทธพุทธจิตมันก็จะสงบเพราะว่าสติปชญะได้ขาดมันก็จิมันก็จะสงบบางครั้งถ้าคนมีบุญวาสนาบารมีเก่ามันก็จะรวมเป็นเป็นชาเรียกว่าวิวิจารณ์กลับไปที่ดับไปเกิดสุขทุกดับไปเกิดเอคตาจิตเบขาชาญมันจะไหลไปเป็นชาเองคือบุญต้องคนมีบุญว。 านาบารมีเก่ามาแตปางก่อน。 พวกนี้。 ไปเมื่อสติยะไม่ขาดเนี่ยมันก็รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาครับตัวไม่หายมันก็มันจะรวมเรียกว่าวิตกวิจารณ์กลับไปรวมรวมวิวิจารณ์กลับไปคือก็หายไปมันก็รวมรวมๆรวมไปเป็นอารมณ์เดียวไปเป็นพิติ。 เป็นปติซสกายเบาใจเบาเดินอากาศได้เป็นปติปรีชาที่สองแล้วก็ที่อารพิธีค่อยจางไปจากไปจากไปแล้วมีความสุขใจอิ่มใจมากในโลกมีอะไรมีความสุขใจออกมาจากข้างในก็เรียกว่าเป็นเป็นที่สามคือเป็นอารมณ。 ์สุข。 แล้วก็พ่อลงสุขค่อยๆจ้างไปจ้างไปจ้างไปใจก็สงกบร่มเย็น。 เป็น。 เอชตาจิตรูเบขาชาย์จำเป็น。 ความสงบในการสัมปทาน。 แล้วเมื่อมีจิทธิ์ตั้งมั่นแบบสมถะแล้วจะสามารถใช้เป็นปฐานในการเดินวิปัสสนาโดยใช้เป็นพื้นฐานให้รู้สึกตัวทั่วพร้อมรู้กายจิตตามความเป็นจริงเช่นนี้จะเป็นการต่อวิปัสสนาเที่ยวรู้ตามอาการเพื่อนื่อนไหวนะขวากำหนดกำหนดอะไรไม่ใ。 ช่นะ。 ก็คือมาพิจารณากายไม่เที่ยงนะต้องแก่ต้องเก็บต้องตายต้องเอาเปิดฟังสลายกลับคืนสดินน้ำลงไปกลับคืนสู่ธรร,ม,ช,า,ต,ิ,ไ,ม่เ,ห,ล,ื,อ,ตัวแล้วตนจ,ะ,เ。 ป็นพิสนา。 วิปัสนาแปลว่าปล่อยวางปล่อยวางความหลงคิดบ้านเป็นตัวเป็นตนเป็นตัวเราของเราแล้วพัฒนา。 มีคำถามว่าในปัจจุบันการดูจิตถือเป็นวิธีที่เป็นที่นิยมมากค่ะแต่ยังไม่เข้าใจว่าการดูจิตที่แท้จริงเป็นอย่างไรค่ะ。 การธุจิตที่แท้จริงส่วนใหญ่มันก็เกือบร้อยเปอร์เซ็นtนะผิดปฏิบัติผิดก็ไปดูอาการของจิต。 ไปดูอาการของจิตที่แท้จริงหมายถึงว่าตาบอกว่าสามกรณีคือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกายจิตใจอ่ะก็ศวศวพุแล้วก็ามันไม่ศวรู้หลงก็ไปหลงก็ไปติดไปกับความคิดอารมณ์ไปกดขบังคับดิ้นลงแทรกแสงกับแต。 อะไร。 อันนี้มันคือ。 ที่เป็นประชาจิตดูจิตวิชาจิตที่เป็นวิชาที่ลงติดไปกับจิตวิชาก็ไปกับปรับแต่งแก้ไขกฎมาคับไม่อยากให้อาอาการอยากให้เป็นอย่างนั้นมันเป็นอย่างนั้นอยากให้เป็นหมดเลยมันเป็นอยากให้เป็นยังไงเป็นยังไงกันอย่างนี้ก็เป็นอย่างนี้ปรับแก้ไขอยากอย่างเดียวดูจิตที่เป。 ็นกเลส。 เป็นกเลสที่มีความอยากจากรู้เท่าทันนั่นแหละเรียกว่าดูจิตแต่คนทั้งหลายไปดูอาการของจิตทำให้มันนิ่งกว้างเฉยเลยการเป็น,โ。 รคประสาท。 ดูจิตที่เป็นขเลสต่ออาการไม่ใช่ไปดูอาการของจิตดูจิตที่เป็นขเลสปัญหาต่ออาการแต่ไม่ใช่ไปดูอาการของจิตที่เฉยว่างแต่ดูเท่า่าทันจิตที่มันมีกเลสปัญหาต่ออาการเข้าใจไหมเนี่ย。 ยกตัวอย่างยกตัวอย่างไม่ยกตัวอย่างท่านงงอาการของจิตได้เหมือนอย่างนี้。 เมื่อวานนี้ยมีแม่ชีท่านหนึ่งไปไปถามคณะมีคณะไปที่ที่กุฏิเราไปถามที่บอกว่าไม่มันเหมือนมีจุดมีต่อมจุดมีต่อมอยู่ในใจต่อมมันน่ารำคาญมากเหมือนมีจุดต่อมในใจอย่างอื่นก็ไม่คิดติดอะไรเลยไม่ยึดติดไม่ยึดถืออะไรเลยแต่มันเหมือนมีจุดนี้ต่ออะไรที่มันระคายเคืองอ。 ยู่ในจิต。 มันเหมือนทนไม่ได้พยายามจะ。 เข้าไปดูไปจี้ไปทำลายมันมาหลายปีก็ไม่สำเร็จ。 บอกว่าใช่ทำผิดๆ。 ดี。 โยมหมอให้คนนึงก็เลยฟังอยู่ด้วยลูกศิษย์ลูกตาจานอย่างนี้มันเหมือนยังไงอาจิเหมือนอาการอาการจิอาการใจอยู่วที่อยู่ที่หน้าท่านวกเคยเป็นกันนะว่าผู้ชายสานะสิไม่ได้เป็นสิวที่หน้านะแต่ที่หน้าหนผสาวนะแต่ที่หน้าใช่ไหมมันก็อดไม่ได้ที่เอามือมือไปบีบนะไปบีบแล้。 วมันๆมันมันไปบีบหัวสิวที่หน้ามันๆๆ。 นะเป็นไง。 ดำต้องมารักษาหน้าที่มันดำๆดำๆจากผิวทนนะเดี๋ยวหัวสิวมันแก่แล้วก็มันก็แตกก็หายไปเองแต่ไม่ที่จะเอานี้ไปเอาอีกเลยอยู่มันเป็นอาการในจิตเป็นอาการจิต。 เหมือนกับประกาที่กาย。 การที่กาย。 ดูจิตหมายถึงว่า。 รู้เท่าทันมื้อเนี่ยที่มัน。 มันมาที่ติดก่อนมันจะเอามือไปที่ผ๋ว。 เอามือไปบีบจิ๋ว。 ไป。 วางมือลงจะไปบีบริ้ว。 อยากเอามือไปบีบสิวรู้ทานแล้วก็เอามือวางลงก็อยู่อย่างนี้。 กว่าจะเอามือวางลงได้แล้วไม่เลิกอยู่กับสิวมันก็มันก็ก็ไม่มีคือทำให้หน้าดำมันก็ไม่มีไอ้เนี่ยมันก็รู้เท่าทานเนี่ยอาการที่มันอยากจะไปพี่พี่ไปใส่ไอ้จุดหรือต่อเนี่ยให้มันหายในใจให้ได้รู้เท่าทันคนที่ดูจิตเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ผิดมันจะไปเข้าใจว่าจะไปทำให้。 สิิวมันหายไปคือดูอาการจนอาการมันหายไปแล้วว่าแล้วก็นพานไม่ใช่เข้าใจผิดอันนั้น。 เข้าใจผิดนั้นไปไปที่ใส่ผลสุดท้ายมันจะตามมันโรคจิตโรคประสาทแล้วแก้ยาก。 มันต้องรู้เท่าานที่อาการที่อยากจะเขไปยุ่งกับอาการของจิตอยากเข้าไปยุ่งกับอาการของกายอยากจะเขไปยุ่งกับอาการจิตอยากเข้าไปยุ่งกับอาการมันเป็นกเลปัญหาทวิชากทางวิชาความอยากเข้าไปยุ่งกับอาการจิอาการอยากเข้าไปยุ่งกับคนนู้นวันนี้คนนี้เขาอยากเข้าไปยุ่งอยา。 กเข้าไปยุ่งความอยากแล้วก็ความอยากแล้วก็เสไม่ใช่ว่าไปไล่ดับประการมันว่างเปล่าโรคจิตประสาทรับผิดชอบไฟฟ้าแก้ยากเข้าใจไหม。 มันไม่ใช่ว่า。 มันพ้นพบสิวหายไปด้วยเอามือไปบีบไปพี่ไปพี่มันเหมือนอาการในใจไม่ใช่ว่าอาการมันหายไปเพราะเราเข้าไปกดไปบังคับไปพี่ไปพี่มันแต่มันหายไปเพราะวาวามันหายเงินไปเองสิวามันหายไปเองเพราะว่าเลิกเอามือไปยุกับมันหน้าก็ไปตามไม่ต้องไปรักษาสิวที่หน้าไม่ต้องไปรักษา。 หน้าแที่หน้าอีกที่ดำดำๆอีกไม่ต้องมารักษาแผลที่ใจอีกก็แค่อาการมันเกิดขึ้นแล้วก็มันก็หายไปเองเนี่ยพอไม่มีผู้ที่รู้ทานความอยากที่จะไปเข้าไปพี่ขยี้พี่มันหรือหนีมันรู้ทานอย่างนี้รู้ตามไปเรื่อยๆไอความเข้าไปอยาก。 อยาก。 กับอะไรอยากไปอยู่กับชาวบ้านเขาอยากจะช่วยคิดแทนเขาไม่ได้เรื่องความอยากรู้สุดท้ายความอยากไปมันนทุกข์ความอยากอยาก。 ค่ะ。 กราบโอกาศเมตาหลวงตาว่าการปฏิบัติธรรมเนี่ยเริ่มที่จะมองเห็นกระดูกกับอวัยวะภายในของตัวเองเกิดขึ้นแต่รู้สึกว่าเป็นการกระทำอะไรภายในใจจึงเลิกพิจารณาการกระทำเช่นนี้ความเข้าใจเช่นนี้ถูกต้องหรือไม。 ่ค่ะ。 จะผิดก็พี่นากายไปเพราะมันมีอาการทางใจละทิการอากายไปยุ่งกับประกาศใจอย่าทำแบบนี้เด็ดขาดมันไม่ก้าวหน้าการปฏิบัติกี่ปีกี่ชาติก็ไม่ก้าวหน้าไม่ไปไงพี่พี่นามันขาพี่นาไปไม่แล้วก็ไปสงบๆแต่็จแล้วก็พอมันค่อยๆเป็นความสงบในสถานก็ไม่เที่ยวยงๆลอยตัวมาเริ่มจะพุ。 ้ซ่านกับพี่นากาย。 ให้เห็นวามันเป็นของไปเที่ยวร่างกายจิตใจเราเนี่ย。 ขันหก็ไม่เที่ยง。 เพื่อนไปสู่ความแก่ความเจ็บความตายความว่าตลอดเวลาไม่มีอยู่พักมาจากดินกลับคืนสู่ดินมาจากธรรมชาติกลับคืนสู่ธรรมชาติ。 ไม่เหลือตัวเหลือตนคงที่หรอกมาที่นาที่ก็ไปก็ไปก็ไปต่อเนื่องไปขาดสายทั้งวันทั้งคืนทั้งวันทั้งคืนเดินนั่งนอนพิจารณาการความตายก็ไม่ต้องบริการต่ออีกไม่ต้องบริการกลับมาบริพูดอีกก็เพราะว่าความตายสตินะที่เราพิจารณาอยู่แทเขาำเธออยู่แล้วไม่ต้องกลับมาพูดตร。 งอีกก็พี่ความตายไปพินายต่อเนื่องไม่ขาดสายต่อหน้าไม่ขาสายทั้งวันคืนเหมือนบริการพุทธนั่นแหละ。 มันทั้งวันทั้งคืนกกี่วันกี่เดือนก็ค่อยๆพี่นาไปพี่นาไปพี่นาไปตั้งแต่คืนก็ไปวางคือยอมรับตามความผิดจริงยอมรับตามความผิดจริงว่าทุกชีวิตเกิดก็ต้องตายเกิดก็ต้องตายมีก็ต้องจะพบกันก็ต้องพภาเกิดก็ต้องตายมีก็ต้องจะพบกันก็ต้องพผ้าเป็นของธรรมดาไม่อา่านนี้ได。 ้อ่ะหลีกเลี่ยงพได้ที่สุดไม่เราก็เขาก็ต้องพตายจากพลาจากกันอย่างแน่แท้มันจนใจมันคงไปวางระเบิด。 ระเบิดโลกธาตุเรียกว่าระเบิดโลกธาตุระเบิดออกมาจากข้างในระเบิดออกไปหายไปเลยไม่มีตัวระเบิดหายไปตามที่เรานั่งหลับตาพี่นาอยู่เนี่ยแล้วตัวหายนั้นเป็นแค่สมปถะแต่ตอนที่มันลืมตาอยู่เนี่ยอยู่ๆมันพินาไปจิตมันคงไปวางเปิดระเบิดนกระทะในร่างกายหายไปเดินไปไหนมา。 ไหนได้ได้ลืมตานี่แหละมันไม่มีตัวเลยไม่มีตัวอากาศเป็นเป็นอากาศประธาสไปเลยไม่มีตัวไม่มีตัวอีกเลย。 ไม่มีน้ำหนักไม่มีน้ำหนักด้วยไม่มีตัวด้วย。 เหมือนกับไม่มีตัวมันเดินไปไหนก็ไม่มีตัวแต่เวลาจับจับแขนจับขาตัวเองก็มีตัวอยู่แต่เวลาเลิกจับมีความรู้สึกไม่มีตัวเลยแต่ต้องเอามือไปจับแขนจับขาตอนสัปดาห์แรกๆอ่ะมันจะมันจะไม่ไม่คิดเลยต้องคอยจับแขนจับขาจับหัวตัวเองอยู่เลยวามันหายไปไหนแต่พอมันอยู่ไปสัก2สัปดาห์ตามสัปดาห์มันก็เริ่มแล้วอ่ะไม่มีตัวก็ไม่ม。 ีตัวน้ำหนักก็ไม่มีนะต้องไปชั่งกิโลรัเสร็จแล้วมันก็มีน้ำหนักก็ลงจากกิโลแล้วเบาเหมือนลมพัด。 ไม่มีน้ำหนัก。 เป็นอยู่อย่างนั้นแหละไม่คิดในสภาวะแบบนี้。 นาครับก็เริ่มชิน。 แล้วก็ตอนนี้ก็เหลือแต่จิต。 ดับเองเหมือนแสงอ้อยเหมือนพยัค์ดกเหมือนต่อมน้ำเหมือนฟ้าแลบอยู่ในอากาศไม่ได้อยู่ในตัวอีกแล้วไม่ไม่รู้สึกว่าอยู่นอกตัวไม่ได้อยู่เกิดในตัวมันอยู่ในธรรมชาติเลยจิตเนี่ยอาการจิความรู้สึกนึกคิดอารมณ์ทุกอาการที่เป็นความรู้สึกึกคิดอารมณ์กับเกิดเองกับเองเก。 ิดกับเองอยู่ในอากาศสภาพไม่มีไม่ได้อยู่ในตัวไม่ได้อยู่นอกตัวไม่รู้สึกอยู่ในตัวอยู่นอกตัวอยู่ในอากาศเลยไม่มีตัวรอ。 งรับแล้ว。 กับเองเหมือนแสงยิ่งห้อยเหมือนฟ้าแรกเหมือนพยับแดด。 ตน้ำตัวเองกับเองตัวเองแต่กเองตัวเองกับเองตัวเองกับเอง。 แค่นั้นแหละ。 ปัญญาปัญญาพุทธ。 ขึ้นเลยไม่มีตัวตนไม่มีตัวตนนั้นเนี่ยถ้าระเบิดปหมดเลยโลกภายในนอกยิ่งกว่าครั้งแรกอีกยิ่งกว่าระเบิดได้。 สุดท้ายก็อดปวดหาแต่ที่อะไรขึ้นที่กระโลกดับลงตอนนี้。 นั่นแหละมันก็เกิดอะไรขึ้นอีกเยอะแยะมากมายอัศจรรย์ไปทั่วทั้งโลก。 อย่าไปทำลูกกายหน่อยพี่อาการไปกำหนดถ้าเดินนอนๆอะไรอีกมั่วเลยอย่างนี้ไม่ใช่ก็กลระเบิดไปแล้วก็ก็ระเบิดไปทีแล้วก็ผู้รู้รอยเด็ดอิสระก็ระเบิดผู้รู้ไปอีกทีผ่าน。 อันนี้เป็นคำถามที่เกิดขึ้นว่าเวลานั่งสมาธิแล้วมักจะรู้สึกว่าแยกร่างเหมือนมีอีกคนมาดูตัวเราอยู่ไม่ทราบว่าถ้าเห็นอย่างนี้แล้วจะปฏิบัติอย่างไรค่ะ。 ยังไงนะแยกร่างเหมือนคนมีคนมาดึงตัวเราวาตัวเราตัวเราเป็น。 ไม่ไปไปอยวางตัวเราอย่างเดียวนะนั่งสมาธิมันมีคนมีคนมายืนเหมือนคนมายืนดูตัวอะไรตัวนึงอันนั้นแหละคือตัวเอาวิชาตประทานคือตัวยึดมาถึงบ้านไม่ปล่อยวางไอ้ตัวผู้มาดูตัวเรานั่นแหละว่าตัวนี้ที่จริงมันเป็นสังขาแตแต่งเฉยไม่ใช่ไม่ใช่มีใครมาดูหรอกแต่่งที่ยึดมั。 ่นบ้าน้ตัวยึดมั่นว่าเป็นตัวเราเป็นของเรามาดูตัวเรายึดบ้านว่าเป็นตัวเราของเราให้ไปให้ผู้ดูผู้รู้นี้ซะ。 การปล่อยวางก็คือไม่ใช่มีตัวเราไปปล่อยวางนะก็คือเห็นได้ใจหรือได้ใจว่าไอ้ผู้รู้นี่แหละเป็นการเกิดดับเดี๋ยวก็หายไปไม่มีคนมาดูหรอกเดี๋ยวก็มีคนมาดูแล้วก็ก็ไม่มีคนมาดูยกันมาดูเนี่ยเลยเที่ยงเป็นอย่างทุกอย่างตาดูบ้างไม่รู้บ้างไปดูบ้างไม่รู้บ้างไปดูอยู่ห。 ายไปอีกละมันก็เลยพูดดูนี่แหละเป็นอย่างทุกครั้งแต่เมื่อไหร่เห็นให้ผู้ดูเนี่ยพูดดูผู้จังทุกอย่างแต่เรียกว่าปล่อยวางแล้วปล่อยวางผู้ดูกูรู้คผู้เรียกก็จะไม่ผ่านนะ。 อันนี้เป็นคำถามสุดท้ายนะคะ。 การที่จะเข้าถึงพระนพพพานไม่กลับมาเกิดใหม่อีกในฐานะของฆราวาสสามารถทำได้หรือไม่ค่ะอยู่แล้วได้。 แต่มีคนแม่อยู่คนเดียว。 เคยตีห้าก็บริสุทธิ์นะ。 สิ5ต้องบริสุทธิ์ฆราวาสวาดสิห้าบริสุทธิ์ข้อสามต้องถือพรหมอาจารย์。 คนที่มีผัวเมียมีครอบครัวที่ร่วมประเวณีกันต้องตกลงกันให้ชัดเจนถ้าจะมุผลนพานแม้แต่มีผัวมีเมียมีครอบครัวอยู่นะถ้าไม่รู้ประณีกันแล้วที่ผ่านทั้งคู่นะที่ผ่านมาแต่ถ้ายังประเวณีขายอยู่ที่ผ่านไม่ได้เพราะมันจะมีอารมณ。 ์การ。 สิ5บริสุทธิ์แล้วก็ข้อสามถึงพรหมอาจารย์อภจาวาเวรมณีก็สามารถผ่านได้แต่ถ้าข้อสามจย์ละมณีคือผเดียวเดียวโลกประเวณีได้อันนี้ก็ยังเป็นโรค。 ไม่ผิดทำแต่ถ้าจะนิพานต้องซื้อจริยาเวละมณีคือมีผัวมีเมียก็ต้องตกลงกันได้ดีไม่ร่วประเวณีกันสคนที่ผ่านเราก็จิกันมาเยอะๆและบ่อยก็ไม่เห็นจะไปถึงไหนเลยก็ไม่รู้จะไปถึงไหนดีกว่ากันดีกว่าเอาตกลงกันได้แล้วก็ดีกว่าพระจันย์ถ้าตกลงดีนะตกลงไปดีบาดแตกวุ่นวายตา。 ยเรื่องนี้ก็。 ครอบครัวใครตัวใครตัวมัน。 ได้ๆๆที่ผ่านานได้ไม่ต้องกังวล。 หมดแล้ว。 ถ้ายังไม่ถใจนะว่าร้านก็ตามไปที่พุทธธรรมมาตรฐานมาจากคิรี。 ก็。 ขออนุโมทนากับบุกุศลกับทุกๆท่านคุณพระจงคุ้มครองนาพุทธนภวนะธรรมานภวสาภาวนะพุทธบารมีธรรมะบารมีบารมีและบุญบารมีที่ทุกท่านได้ทั้งหมดเจ้าชัยดาลให้ทุกๆท่านให้พ้นจากทุกพบให้พ้นจากทุกขให้เกิดสติสมาธิปัญญาเป็นสมาธติจากวิชาวิชากิอุปทานสังยศทั้งหมดให้พระจัด。 ทำแท้กับใจเดิมแท้ในธรรมชาติในจักรวาลกับใจเดิมแท้ของท่านทั้งหลายเป็นหนึ่งเดียวกันโดยถาวรที่เชิง。 oธโมเป็นจิหนึ่งเป็นพุทธเป็นพุทธ。 เป็นธรรมธาตุเป็นนพพานโดยถาวรที่เจอยอัตโนมัติเวลาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปด้วยพุทธสังพุทธสิทธิกำลังปฏิทธิสิทธิพระสิ,ท。 ธิพระวัน。 ใครจะถวายขอก็เอาของมาถวายปัจจัยถวายก่อนแล้วก็มาตั้งไว้ข้างหน้าใช่ไหมข้างหน้าแล้วก็อธิษฐานว่าตาม。 มายกใส่มือไว้ยกใส่มือไว้แล้วก็เอาตรงหน้าหน้าเราไม่ต้องเดินมาถวายเดี๋ยวทุกคนก็มาถวายแต่หมดเอาไว้ข้างหน้าเลยเดี๋ยวก็ถวายไปสังทานทีเดียวเดี๋ยวลูกตาไปแล้วเดี๋ยวท่านจะหาตัวมาเดี๋ยวจะมาหาก็อยู่ตรงนั้นไว้อธิ。 ษฐาน。 ว่าตามน้อมใจพุทธธธรรมโคสังโคนพภานะปหตูเดี๋ยวนี้ด้วยเธอ。 อุโตธรรมโคสังังโทนภนะปหตู。 เดี๋ยวนี้ด้วยเธอ。 อุโทธสังคมนภนะปตเดี๋ยวนี้ด้วย。 สาธุไว้นั่นแหละเดี๋ยวจะมาหาท่านจะคุณให้นะเอามารวมไปถวายทานทีเดียวผู้ใหญ่นะรับพร。 ลูกตาจะกลับไปแล้วว่าไม่ต้องมาถวายส่วนตัวล่ะเดี๋ยวค่อยเอาขึ้นมาสถานทีเดียวไม่ต้อง。 นั่งนั่งละคร。 เลย。 ยังไงคุณหญิง。 วายทีเดียวเดี๋ยวท่านผ่าน。 ทีเดียวนะ。 ได้บุญใหญ่สบายดี。 ละครนะ。 วหาลาครัง。 ไม่ต้องรีบไม่ต้องรีบเร็วๆหน่อย。 ไม่ต้องรีบไม่ต้องรีบ。 ใจเย็นๆใจเย็นๆบุศลและใจเย็นๆ。 ใจเย็นๆ。 ให้ใจเย็นๆ。 ใจล่มเย็นใจล่มๆใจล่มๆใจเย็นๆ。 อะไรล่ะไว้นั่นแหละที่ข้างหน้านั่นแหละ。 กระดาษให้ดามานั่นแหละ。 เอาใจเย็นๆใจเย็นๆ。 เอาไว้ข้างหน้าก่อนรับพรก่อนรับพรก่อน。 เดี๋ยวทุกคนก็ลบหมดเลยเอาแล้วพอเลยนอ่ะ。 s p eภมานภาภสภาณรัตนังธรรมรัตนังรัตนัง。 ปนางรัตนานางจตุรานภากตยาภานภาตยาเวลา。 โกสุพทวาในกาอันตายยาวินาศตชลายางลังริมังภมังลังมาภาวัน。 การตุกษาปเทวตาสสขา。 วัน。 กราบน้องบูชาทำทั้งลายอาจารย์พร้อมๆกัน。 กรราบ。 สาธ。 เราค่อยพบกันใหม่โชคดีไม่ใช่มีความสุข。 ในนามของคณะสงฆ์วัดปทุมวนารามในนามพระคุณพระพรหมวัชรเวทีขอบพระคุณในความเมตตาท่านพระอาจารย์。 ปริยายธรรมถือว่าเป็นธรรมะที่กลมกล่อม。 พร้อมด้วยเนื้อหาสาระและ。 แนวทางในการปฏิบัติ。 รูปแบบหน้าที่ที่เราได้。 จัดเอาไว้ตามเงื่อนไขของการเวลาที่ทำให้อาจารย์เองก็มีภารกิจที่จะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดแม้จะยกเลิกการไปสกลนครแต่ก็ยังเปลี่ยนเปลี่ยนปลายทางเป็น。 จังหวัด。 จังหวัดเพชรบุรีหรือเปล่า。 ก็ต้องรีบเดินทางด้วยกัน。 นี่คือว่าการมาที่งดงามญาติโยมเองก็ได้ฟังในส่วนของสารธรรมมันเป็นประโยชน์เกื้อกูลกับการดำเนินชีวิตของท่าน。 เราก็ได้ก้าวข้ามในเรื่องของกับดักหรือว่าว่าเป็นกับดักเรื่องการถวายทานหรือว่าว่าเป็น。 เป็นโจทย์ใหญ่ที่แก้ยากนะแกยากเพราะเข้าใจว่าโยมที่เตรียมมานั้นอยากจะถวายกับมืออาจจะทุกๆครั้งยิ่งครูบาอาจารย์รุ่นปรมาจารย์รุ่นใหญ่มามาใช้เวลากับการถวายวัถุทานในเป็นชั่วโมง。 เราก็ต้องต่อแถวต้องใช้เวลาราคารเขาเข้าเป็นชั่วโมงนะแต่ว่าครั้งนี้ก็ถือว่าเป็น。 การทำลายในเรื่องของโจทย์อันนั้นลงไปได้นะเราจะได้มองภาพออกว่าครั้งต่อไปที่เราจัดกิจกรรมเราก็จะใช้ระบบนี้ล่ะนะเอาสิ่งที่ท่านพระอาจารย์ณรงค์ศักดิ์ท่านได้พาประพฤติปฏิบัติก็ให้ได้มีภาพภาพจำที่มีที่ดีที่ง。 ดงาม。 ญาติโยมเองก็เข้าใจ。 ถือว่านี่ถือว่าดวงตาเห็นทำระดับหนึ่งนะคือคนฟังทำแล้วก็น้อมเอาสิ่งที่ได้ยินได้ฟังไปปฏิบัติตามหรือว่าว่าเข้าใจในระด,ั。 บหนึ่งละ。 ในส่วนของ。 รายละเอียดกิจกรรมนะตารางตารางกิจกรรม。 ในส่วนของตารางกิจกรรมของที่ที่นี่ติโยมสามารถที่จะดูได้ที่เพจศาลานะแล้วก็ที่ป้ายประชาสัมพันธ์ด้านประตูทางออกสวนป่าสามารถที่จะดูได้เผื่อใครหลายคนไม่สะดวกในการที่จะไปต่อยติการปฏิบัติที่โ。 คราช。 อยากจะไปใช้สถานที่ตรงนี้ในการปฏิบัติธรรม。 เจริญพรต้อนรับนะทุกคนทุกท่าน。 เรามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณแปดไร่นะในพื้นที่สวนป่าที่ใช้ในการ。 สวดมนต์ไหว้พระฟังธรรมด้วยแล้วก็มีพื้นที่。 private zoneเป็นพื้นที่ส่วนตัว。 มีคนไม้มีป่าไม้มีการจัดวางก้อนหินที่เป็นม้านั่งสำหรับคนสูงวัยหัวเข่าไม่ดีสามารถที่จะไปใช้พื้นที่ได้ที่ด้านหลังห้องน้ำด้านหลังห้องน้ำจะปมื้อที่ประมาณสองไร่ก็สามารถที่จะ。 เอาศาสตร์ต่างๆของท่านที่ไปศึกษาไปฟังไปปฏิบัติมานั้นมาประมวลลงสู่ศิลในการประพฤติปฏิบัติได้。 ในนามของคณะสงฆ์ก็ขออนุโมทนาอนุโมทนากับคณะกุศลศรัทธาทุกคนทุกท่านที่มา。 ทำ。 อายุทธศาสตร์การเผยแผ่ธรรมของวัดปทุมวนารามให้เติมเต็มให้ให้เต็มนะถือว่าเป็นการทำจิ๊กซอว์นี้ให้สมบูรณ์แบบ。 ศาลาหลังนี้กับพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่เก้าประสงค์ที่จะสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นบ้านหลังที่สองของคนกรุงเทพฯ。 ณวันนี้ท่านทั้งหลายมีส่วนในการสนองพระราชดำริของพระองค์ท่าน。 นามวาสราพระราชศรัทธาแล้วก็ให้รักษาบรรยากาศคือมีความเป็นป่ามีความเป็นศาลาโล่ง。 แล้วก็มีความสะอาดพร้อมทั้งมีความเป็นสากลสากลก็คือทุกคนมีสิทธิ์เข้ามานั่งที่นี่ได้และก็นั่งได้ตลอดทั้,ง,ส,ิ,บ,ห้าช,ั,่,ว,โ,ม,งที่เราเปิด,ศ,า。 ลา,ให้เลย。 นท่านจะมาเวลา。 เช้าสายบ่ายเย็นได้หมดท่านจะอยู่ตั้งแต่เช้าจนถึงสามทุ่มก็ได้。 หรือวันใดที่เราเปิดยี่4。 ชั่วโมงท่านก็มาได้นี่คือเป็นศาลาที่เป็นสากลตามพระราชประสงค์ตามพระราชดำริข,อ,งพร,ะ,ม,ห,า,กษัตริย์ผู้ที่เริ่,ม,ส,ร,้,า,งก็คือในหลวงร,ั,ช,กา。 ลที่เก้าและในหลวงรัชกาลที่สิบก็มีพระราศรัทธา。 น้อมถวายเป็น。 สถานที่ปฏิบัติธรรมไปเลยโดยที่ไม่ต้องมีการ。 เช่าพื้นที่。 แล้วก็สร้างความ。 สบายใจให้กับคณะสงฆ์ในการที่จะบูรณะหรือว่าจัดทำสิ่งปลูกสร้างต่างๆ。 อันนี้ก็เป็นพระราชศรัทธาของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์。 และวัดปทุมวนารามก็สร้างโดยในหลวงรัชกาลที่สี่หรือว่าว่าสร้างโดยพระมหากษัตริย์อุปถัมภ์โดยพระมหากษัตริย์。 จานก็เจริญอณใช้พื้นที่ได้ตามสะดวกนะญาติโยมจะ。 เยี่ยมเดินดูวัดเดินดูในพื้นที่สวนป่าก็ช่วยแวะเข้าไปดูในพื้นที่สวนป่าด้านในสวนป่าด้านในก็คิดว่าการข้างหน้านะเดี๋ยวจะได้ประสานงานกับทางคณะคุณชี่ที่ท่านเป็นศิษยานุศิษย์ใกล้ชิดได้จะได้。 กราบนิมนต์ท่านพระอาจารย์ท่านเมตตามาโปรดญาติโยมลูกศิษย์ทางกรุงเทพฯบ่อยๆ。 อาการที่โยมจะไปกราบท่านไปหาท่านที่โคราชก็ได้แต่มันก็อาจจะไม่สะดวกมากนัก。 ท่านนิมนต์ท่านพระอาจารย์มาแล้วก็ได้ประโยชน์แบบนี้ล่ะ。 อะไรเห็นภาพในวันนี้แล้วก็。 ควรค่าอย่างยิ่งนะที่จะ。 จัดพื้นที่ให้ญาติโยมที่เป็นศิษยานุศิษย์ผู้มีความเคารพรักศรัทธาในพระอาจารย์ได้มีโอกาสได้มาฟังธรรมของพระอาจารย์อ。 ยู่บ่อยๆ。